ลู่กวนหลานชูสองนิ้วขึ้น น้ำเสียงหนักแน่น
“แบ่งเป็นสองขั้น”
“ขั้นแรก เลี่ยงกฎเก่าของขุนนางตระกูลใหญ่ในกรมคลัง แล้วจัดหาเงินสดถวายฝ่าบาทก่อน”
“แต่เดิมกรมคลังเป็นผู้อนุมัติใบเกลือของสองหวยตามธรรมเนียมเก่า พ่อค้าเกลือจากตระกูลใหญ่ต่างอาศัยเส้นสายที่บรรพบุรุษสั่งสมมา แทบยึดโควตาใบเกลือไปจนหมดสิ้น”
“พวกเขาถือใบเกลือไปค้าขายหากำไร ทั้งยังสมคบกับขุนนางเกลือท้องถิ่น ลักลอบบิดเบือนจำนวนเกลือ ภาษี และบัญชีขนส่งจำหน่าย”
“ราชสำนักอุตส่าห์เฝ้าดูแลกิจการเกลือซึ่งเป็นขุมทรัพย์ทำเงิน ผลสุดท้ายเงินส่วนใหญ่กลับไหลเข้าคลังส่วนตัวของพ่อค้ามั่งคั่ง!”
แววตาของเซียวจ้าวเสวี่ยพลันคมกริบ
“เจ้าหมายความว่าจะยกเลิกระบบเก่าหรือ?”
“ยังไม่ถึงเวลา”
ลู่กวนหลานส่ายหน้า “กิจการเกลือเกี่ยวพันกับครัวเรือนต้มน้ำเกลือ พ่อค้าขนส่ง และขุนนางท้องถิ่นหลายแสนคนในสองหวย หากฝ่าบาทพลิกระบบเก่าทั้งหมดโดยไม่ไตร่ตรอง เมื่อพ่อค้าเกลือร่วมมือกันหยุดขนส่ง ชาวบ้านก็จะไม่มีเกลือกิน”
“กระหม่อมหมายจะเปิดช่องทางก่อน”
“ใบเกลือที่ยังมิได้อนุมัติในปีหน้า ฝ่าบาททรงแบ่งโควตาสามส่วนจากสิบส่วน แล้วให้ราชสำนักเปิดประมูลอย่างเปิดเผย ทดลองใช้วิธี ‘ราชสำนักกำกับดูแล พ่อค้าดำเนินการ’!”
เซียวจ้าวเสวี่ยเลิกคิ้วเล็กน้อย “ประมูลอย่างเปิดเผยคืออย่างไร?”
“ง่ายดายยิ่ง”
ลู่กวนหลานยกถ้วยชาขึ้น พลางยิ้มกล่าวว่า
“แต่ก่อนโควตาใบเกลือมักตกอยู่กับพ่อค้าเกลือรายใหญ่ไม่กี่ตระกูล เพราะอาศัยธรรมเนียมเก่าและความสัมพันธ์กับทางการ”
“บัดนี้เรานำใบเกลือสามส่วนที่ยังมิได้อนุมัติมาเปิดรับพ่อค้าเกลือที่มีทุนทรัพย์และเส้นทางค้าขาย”
“ไม่ว่าจะเป็นร้านค้าตระกูลใหญ่ที่ดำเนินกิจการมาร้อยปี หรือพ่อค้าเกลือรายกลางรายย่อยที่ถูกกีดกัน ขอเพียงมีคุณสมบัติ ก็เข้าร่วมประมูลได้”
“ราชสำนักกำหนดราคาขั้นต่ำ ตรวจสอบจำนวนเกลือ และกำหนดให้พ่อค้าวางเงินประกัน ผู้ใดเสนอราคาสูงและมีความสามารถปฏิบัติตามสัญญา โควตาใบเกลือก็เป็นของผู้นั้น”
มุมปากของลู่กวนหลานยกขึ้นเล็กน้อย
“ฝ่าบาทลองคิดดู พ่อค้าเกลือรายกลางรายย่อยที่ถูกพ่อค้ามั่งคั่งจากตระกูลใหญ่กดขี่มาหลายสิบปี จะไม่อยากแบ่งผลประโยชน์บ้างหรือ?”
