ราตรีอันยาวนานโอบอุ้มความทรงจำอันแสนเจ็บปวด ก่อนจะบุกกลืนกินความฝันของฉู่ชิงเหออีกครั้ง
ไม่ นั่นไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นประสบการณ์เลวร้ายที่เกิดขึ้นกับฉู่ชิงเหอจริง ๆ
ภายในโกดังร้างริมท่าเรือ อากาศชื้นปนกลิ่นอับรา ความหนาวเย็นแผ่ซ่านเข้าจู่โจมไปทั่วร่าง
“คนทั้งเป่ยเฉิงต่างพูดกันว่าคุณกับเวินเสี้ยนอวี้รักกันลึกซึ้งยิ่งกว่าทองคำ คุณหนูตระกูลฉู่ผู้สูงศักดิ์อย่างคุณอยู่เคียงข้างเขา ตั้งแต่ตอนเป็นคุณชายไร้ค่า จนไต่เต้าขึ้นมาเป็นทายาทตระกูลเวิน ความสัมพันธ์ลึกซึ้งขนาดนี้ ต่อให้บอกว่าสะเทือนฟ้าสะเทือนดินก็ยังไม่เกินไป แล้วผลเป็นยังไงล่ะ? ตอนนี้คุณถูกลักพาตัว เวินเสี้ยนอวี้กลับไม่ยอมรับสายขอความช่วยเหลือสักสาย? บอกความจริงมา คุณกับเขาสมรู้ร่วมคิดกัน ตั้งใจเล่นละครตบตาพวกเราใช่ไหม?!”
ไม้เบสบอลฟาดลงบนพื้นหยาบข้างกายฉู่ชิงเหออย่างแรง เสียงดังสนั่นสะท้อนไปทั่วโกดังอันว่างเปล่า—
มือเท้าของเธอถูกมัดติดกับเก้าอี้ไม้ เชือกหยาบเสียดสีจนผิวบริเวณข้อมือและข้อเท้าถลอก ท้องที่นูนใหญ่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจหอบถี่เพราะความหวาดกลัว
ราวกับทารกในครรภ์รับรู้ถึงอารมณ์ของแม่ การดิ้นของเด็กน้อยจึงรุนแรงผิดปกติ
คนลักพาตัวใช้โทรศัพท์ของฉู่ชิงเหอโทรหาเวินเสี้ยนอวี้ติดกันหลายครั้ง แต่เวินเสี้ยนอวี้ก็ไม่รับสายเลย!
เหงื่อเย็นไหลลงจากขมับฉู่ชิงเหอ เธอบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเวินเสี้ยนอวี้ไม่เคยไม่รับสายของเธอ ที่เขาไม่รับสายจะต้องเป็นเพราะรู้ข่าวแล้ว และต้องกำลังหาทางรับมืออยู่แน่
เธอต้องใจเย็น ต้องเชื่อใจเวินเสี้ยนอวี้ ยิ่งเป็นเวลาแบบนี้ เธอยิ่งต้องเชื่อใจเขา!
