พอได้ยินเช่นนั้น ฉู่ชิงเหอก็ชะงักงัน
วินาทีถัดมา เธอก้าวเข้าไป ก่อนจะค่อย ๆ ย่อตัวลงตรงหน้าคุณย่าเวิน “คุณย่าคะ หนูขอโทษ...”
คุณย่าเวินลูบศีรษะเธอเบา ๆ น้ำตาไหลพราก “เด็กโง่เอ๊ย คนที่ต้องขอโทษหนูคือย่ากับอาอวี้ต่างหาก หลายปีมานี้... หนูต้องลำบากมามากแล้ว”
ฉู่ชิงเหอซบหน้ากับอ้อมกอดของหญิงชรา ร้องไห้จนพูดไม่ออก
คุณย่าเวินกอดเธอไว้เช่นเดียวกับในวันวาน
เพียงแต่ครั้งนี้ คุณย่ารู้ดีว่าเมื่อฉู่ชิงเหอจากไปแล้ว คงไม่มีวันกลับมาอีก
ตลอดช่วงที่ผ่านมา คุณย่าไม่ได้แก่จนเลอะเลือนเสียจนมองไม่ออกว่าระหว่างคนหนุ่มสาวสองคนเกิดปัญหาขึ้น
ข่าวบนโลกออนไลน์เหล่านั้น คุณย่าก็ได้ยินมาบ้าง จริงเท็จอย่างไรบอกไม่ได้ แต่เพื่อนรุ่นใหญ่ที่สนิทกันในวงการหลายคนก็เคยถามไถ่แบบอ้อม ๆ มาแล้ว
คุณย่ารู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างมู่ชิงเวยกับเวินเสี้ยนอวี้คงไม่บริสุทธิ์ใจนัก
ด้วยเหตุนี้ คุณย่าจึงยิ่งตระหนักชัดว่าคำพูดที่ตนพูดกับฉู่ชิงเหอในวันนั้นเพราะเห็นแก่เหลน ช่างโหดร้ายเพียงใด
ปากก็พูดอยู่ตลอดว่ามองฉู่ชิงเหอเป็นหลานสาวแท้ ๆ แต่ท้ายที่สุด คุณย่าก็ยังทำร้ายจิตใจฉู่ชิงเหอจนเย็นชา เพียงเพื่อเหลนแท้ ๆ คนหนึ่ง
คุณย่าเวินหลับตาลง น้ำตาเปียกชุ่มใบหน้าที่ชราภาพ
“เสี่ยวเหอเอ๋ย หนูเป็นเด็กดีมาก ต่อไปไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ก็รักและดูแลตัวเองให้มาก ๆ อย่าคิดแต่จะดีกับคนอื่น ดูแลตัวเองให้ดีด้วยนะ ย่าขอโทษหนู...”
ฉู่ชิงเหอส่ายหน้า แต่ไม่รู้ว่าตัวเองยังจะพูดอะไรได้อีก
ต่างก็รู้ดีว่าการจากกันครั้งนี้ ต่อไปคงไม่มีโอกาสได้พบกันอีก
ระหว่างเธอกับเวินเสี้ยนอวี้มีชีวิตคนสองชีวิตคั่นกลาง เธอเกลียดเวินเสี้ยนอวี้ และไม่อาจแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วใช้ชีวิตร่วมกับคุณย่าเวินต่อไปได้อีก
“คุณย่าคะ ดูแลตัวเองด้วยนะคะ” ฉู่ชิงเหอเงยหน้าขึ้นมองคุณย่าเวิน แววตาเศร้าสร้อย แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่น “คุณย่าคะ หนูไปแล้วนะคะ”
คุณย่าเวินมองเธอทั้งน้ำตา มือเหี่ยวย่นทั้งสองข้างสั่นเทา ค่อย ๆ เช็ดน้ำตาให้เธอเป็นครั้งสุดท้าย
“ดวงตาของเสี่ยวเหอเราสวยที่สุดเลย ต่อไป... ต้องยิ้มให้มาก ๆ นะ”
……
ฉู่ชิงเหอจากไปแล้ว
