จางซีหลินชะงักฝีเท้า หันไปมองยังชั้นหนึ่ง
พี่ลี่หันไปจัดการธุระของตัวเองแล้ว
จางซีหลินละสายตา คว้าต้นแขนฉินเจาแล้วลากเธอขึ้นไปยังชั้นสอง
“เฮ้ ๆ ช้าหน่อยสิ ขายาวขนาดนั้นก้าวทีเดียว ฉันต้องวิ่งสามก้าวถึงจะตามทันนะ!”
พอได้ยินดังนั้น จางซีหลินก็ผ่อนฝีเท้าลง แต่ยังไม่ปล่อยมือเธอ
เขาลากเธอมาจนถึงมุมเงียบ ๆ บนชั้นสองที่ไม่มีใครอยู่ ถึงค่อยปล่อยมือ
“เรื่องที่คุณเวินบาดเจ็บ ห้ามบอกใครเด็ดขาด โดยเฉพาะฉู่ชิงเหอ”
สีหน้าจางซีหลินเคร่งขรึม ฉินเจาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างอย่างฉับไว
เธอขมวดคิ้ว มองจางซีหลิน “ทำไมถึงบอกชิงเหอไม่ได้?”
“เธอรับปากก็พอ”
“ไม่!” ฉินเจาไม่พอใจ “นายไม่ยอมบอกอะไรฉันเลย แต่กลับจะให้ฉันร่วมมือกับพวกนายปิดบังชิงเหอ ชิงเหอไว้ใจฉันในฐานะเพื่อนมากนะ ตอนนี้เธอกำลังทะเลาะกับคุณเวินเรื่องหย่า ถ้าฉันไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยแล้วดันไปยืนข้างคุณเวิน ฉันจะกลายเป็นคนแบบไหน?”
“ที่ปิดบังฉู่ชิงเหอก็เพื่อประโยชน์ของเธอ”
“พอเลยน่า!” ฉินเจากลอกตา “พวกเขาเป็นสามีภรรยากัน มีเรื่องอะไรที่ต้องเผชิญด้วยกันไม่ได้?”
จางซีหลินยกมือขยี้หัวอย่างหงุดหงิด “ฉันผิดเอง ไม่น่าพลั้งปากพูดออกไปเลย”
“บอกฉันแล้วนายจะตายหรือไง?!” ฉินเจาโกรธจนฟาดแขนจางซีหลินหนึ่งที “นายไม่เคยเห็นฉันเป็นเพื่อนเลย!”
จางซีหลินจนปัญญากับฉินเจา จึงปล่อยตัวตามสบาย “อยากรู้ขนาดนั้นใช่ไหม งั้นตอนนี้ก็ตามฉันมา ถามคุณเวินด้วยตัวเองเลย”
