ฉู่ชิงเหอไม่พูดอะไร
ถึงคำพูดของเกาเหมยอีจะฟังดูเหลือเชื่อ แต่ตอนนี้เธอก็เชื่อว่าเวินเสี้ยนอวี้ทำเรื่องแบบนี้ได้จริง
“แล้วตอนนี้เธอคิดจะทำยังไงต่อ?”
“ลองคิดอีกมุม การที่เวินเสี้ยนอวี้ให้ความสำคัญกับเวินจิ้นเฉินขนาดนี้ก็เป็นเรื่องดี”
“เรื่องดีเหรอ?” เกาเหมยอียื่นมือมาแตะหน้าผากเธอทันที “เธอไม่ได้เป็นไข้นี่! พูดอะไรเพ้อเจ้อน่ะ!”
ฉู่ชิงเหอยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่ง “ฉันหมายถึง เวินเสี้ยนอวี้ใส่ใจเวินจิ้นเฉินขนาดนี้ เขาต้องไม่ยอมให้เวินจิ้นเฉินต้องน้อยใจแม้แต่นิดเดียวแน่”
เกาเหมยอีขมวดคิ้ว ก่อนจะเข้าใจได้อย่างรวดเร็ว “ฉันเข้าใจแล้ว เธอจะใช้เวินจิ้นเฉินเป็นเครื่องมือต่อรองกับเวินเสี้ยนอวี้ บีบให้เขายอมร่วมมือเซ็นใบหย่า!”
“อืม ถ้าเขาไม่ยอมให้ความร่วมมือ ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะทำให้คนทั้งเป่ยเฉิงรู้ว่าเวินจิ้นเฉินเป็นลูกนอกสมรส” ฉู่ชิงเหอลูบท้องของตัวเอง “ฉันรู้ว่าเด็กไม่ผิด แต่เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพราะเวินเสี้ยนอวี้บีบฉันเอง”
“เธอคิดแบบนี้ได้ก็ดีแล้ว!” เกาเหมยอีพูดพลางถามต่อ “เอกสารหย่าทางฝั่งทนายจี้ต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนถึงจะเสร็จ?”
“น่าจะเสร็จภายในสองวันนี้” ฉู่ชิงเหออธิบาย “ลูกสาวของทนายจี้เพิ่งกลับมาตั้งถิ่นฐานในประเทศ ร่างกายยังปรับตัวไม่ค่อยได้ ช่วงนี้เขาต้องดูแลลูกสาวไปด้วย ทำงานไปด้วย ฉันเลยไม่สะดวกจะเร่งเขา”
“ทนายจี้ต้องเป็นทั้งพ่อทั้งแม่คนเดียว คงลำบากไม่น้อยเลยนะ”
ฉู่ชิงเหอเม้มริมฝีปาก ไม่พูดอะไรต่อ
