ฉู่หัวชางเก็บเนื้อเก็บตัวอย่างง่าย ๆ ก่อนออกจากวัง ดูดีขึ้นมากแล้ว ทว่าสีหน้านางยังไม่สู้ดีนัก หากพินิจดูดี ๆ จะเห็นรอยแดงยาวครึ่งนิ้วที่หางตาของนาง ไม่รู้ว่าโดนอะไรบาด
นางยืนอยู่ตรงนั้น ไม่อาจอ่านอารมณ์จากสีหน้าได้ แต่สายตาที่มองเสิ่นเยว่เจียวนั้นค่อย ๆ เลื่อนจากใบหน้าเล็ก ๆ ที่กำลังเติบโตขึ้น ไปยังอิริยาบถที่ไม่สงบนิ่งของอีกฝ่าย
เมื่อเห็นฉู่หัวชางจ้องมองตน เสิ่นเยว่เจียวก็ร้อนใจ หันไปหยิบขนมชิ้นหนึ่งยื่นให้
“เจ้าจะชิมดูหรือไม่”
เสิ่นเยว่เจียวประหม่ามาก เพราะไม่ได้พบหน้าฉู่หัวชางมาเต็มสองปี เสียงจึงเบาลงอย่างไม่รู้ตัว
“ข้าทำเอง”
“ส่งมา”
เสิ่นเยว่เจียวชะงักงัน ตั้งสติไม่ทันชั่วขณะ
เซี่ยหว่านอิ๋งผลักนางเบา ๆ เสิ่นเยว่เจียวจึงเดินเข้าไป เมื่ออยู่ตรงหน้า นางประคองขนมชิ้นนั้นด้วยความระมัดระวัง ครุ่นคิดเสี้ยวเค่อก็ยังหาถ้อยคำมาอวดอ้างขนมรูปตาอัปลักษณ์ในมือไม่ได้ ทันใดนั้นฉู่หัวชางก็ดึงนางเข้ามากอดเสียก่อน
ภาพนี้ทำให้ทุกคนในเรือนหลักซาบซึ้งใจ แต่ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงรบกวน
มีเพียงฉู่เหิงเท่านั้นที่ยื่นมือน้อย ๆ อันเปื้อนฝุ่นของตน พยายามยกก้อนแป้งที่ดูไม่ออกว่าเป็นรูปอะไรขึ้นให้ถึงหน้าเซี่ยหว่านอิ๋ง
เซี่ยหว่านอิ๋งดีใจอย่างยิ่ง “นี่คือของที่เหิงเอ๋อร์ให้ท่านแม่หรือ”
นางกอดบุตรชาย น้ำตาแห่งความปลาบปลื้มร่วงหล่น
บุตรชายของนาง ตัวน้อยเพียงนี้ก็รู้จักกตัญญูต่อมารดาแล้ว
ฮองไทเฮาสวรรคต ฉู่หัวชางพักอยู่ที่จวนเพียงครู่เดียว ก็พาเซี่ยหว่านอิ๋งและฉู่เหิงเข้าวัง
