หลังจากจากมา เสิ่นอันเหออารมณ์ดียิ่งนัก สาวเท้าก้าวยาวๆ ออกไปไกลโขถึงได้นึกขึ้นได้ว่ามีบุตรสาวสุดที่รักอยู่ด้วย หันกลับมามองก็เห็นเสิ่นเยว่เจียวก้มหน้าก้มตาเดินตามอยู่ข้างหลัง เขาจึงวกกลับมาจูงมือนางน้อย
“พรุ่งนี้ท่านไท่ฟูเหรินผู้นั้นน่ะ เป็นผู้มีพระคุณที่เคยช่วยเหลือฮองไทเฮาเอาไว้ ถ้าเจ้าเอาอกเอาใจนางได้ ต่อไปก็อาจได้เข้าเฝ้าฮองไทเฮา อนาคตเจ้าก็จะ...”
เสิ่นเยว่เจียวใจกระตุกวาบ รีบออกแรงกระตุกแขนเขาอย่างแรงพลางส่ายศีรษะ เป็นเชิงบอกเขาว่าอย่าพูดต่ออีก
เสิ่นอันเหอถึงได้สำนึกว่าที่นี่คือจวนองค์หญิง ผิดพลาดแม้แต่ก้าวเดียว ศีรษะก็อาจหลุดจากบ่าได้
ถึงปากจะไม่พูด แต่เสิ่นอันเหอก็ยังยากจะปกปิดความตื่นเต้น
เสิ่นเยว่เจียวอดรนทนไม่ไหว ต้องสาดน้ำเย็นใส่เขา
“ท่านพ่อไม่ได้ยินเมื่อครู่หรือ ฉู่เหยียนก็จะไปด้วย”
เอ่ยถึงเรื่องนี้ ดวงตาของเสิ่นอันเหอยิ่งเป็นประกายกว่าเดิม ความกังวลเมื่อครู่ถูกโยนทิ้งไปจนหมดสิ้น
“ถูกแล้ว คุณชายสามยังบอกอีกว่าจะแนะนำคุณหนูน้อยแห่งสกุลกั๋วกงให้เจ้ารู้จัก นางเป็นบุตรสาวของท่านกั๋วกงนะ ได้รับความรักใคร่ในสกุลไม่ต้องพูดถึง ในวังก็ยังมีฮองไทเฮากับกุ้ยเฟยคอยเอ็นดูอยู่อีก เจียวเจียวเอ๋ย ถึงเวลานั้นเจ้าจงว่านอนสอนง่ายหน่อย เชื่อฟังหน่อย ต้องสนิทสนมกับนางให้มากๆ เข้าไว้”
สนิทสนม?
จิ้นกั๋วกงกว่าจะได้บุตรชายหญิงคู่นี้ก็ปาเข้าไปยามชราแล้ว ยิ่งทนุถนอมบุตรสาวคนเล็กประหนึ่งแก้วตาดวงใจ คนล้ำค่าถึงเพียงนี้ นางจะกล้าสนิทสนมกับผู้อื่นได้อย่างไร
เหลือบมองเสิ่นอันเหอที่กำลังตื่นเต้นดีอกดีใจ นางอ้าปากหมายจะพูด แต่ก็ไม่รู้จะเล่าเรื่องราวในชาติก่อนให้เขาฟังอย่างไร
ใคร่ครวญแล้วก็หุบปากเสีย ได้แต่ส่งสายตาเห็นใจไปให้เขา
