หวังเสียนไม่ได้ลืมว่าตนเองมาเพื่อช่วยคน
ว่ากันตามจริง วินาทีที่เขาเข้ามาในพื้นที่นี้ ก็มุ่งไปยังเป้าหมายทันที
เขามีความมั่นใจถึงได้เข้ามา
เพราะหากอีกฝ่ายเป็นคนธรรมดา อีกทั้งดูดซับวิญญาณสังหารไม่ได้ คงอยู่ในที่แห่งนี้ได้ไม่นาน
เพียงแต่ว่า หลังจากรับรู้ว่าอีกฝ่ายมี ‘ความพิเศษ’ เล็กน้อย เขาก็ผ่อนฝีเท้าลง
ถือโอกาสอาศัยสถานที่นี้บำเพ็ญเพียร
เพื่อป้องกันไม่ให้ถึงคราวต้องช่วยคนแล้วขาดพละกำลัง
ส่วนวิชาท้าทายฟ้าดารา
เป็นวิชาหลอมร่างที่หวังเสียนหลอมรวมวิทยายุทธ์เก่าหลายสิบปี ผสมผสานแนวคิดวิทยายุทธ์นานาแขนงเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งยังสร้างขึ้นเพื่อปรับใช้กับการประจัญบานในสนามรบต่างดาวและการสังหารกับหมื่นเผ่าพันธุ์ในห้วงดารา
ฝึกฝนจนบรรลุขั้นสูงสุด สามารถเปลี่ยนร่างกายตนเองเป็นเตาหลอมฟ้าดิน สร้าง ‘ร่างยุทธ์ดารา’ ที่กลืนกินดวงดาวและสูบกลืนจันทราได้
น่าเสียดาย ระดับเช่นนั้น ปัจจุบันเป็นเพียงทฤษฎี
เพราะเมื่อครั้งนั้น หลังจากหวังเสียนสร้างวิชาหลอมร่างที่รวบรวมหยาดเลือดทั้งชีวิตของเขาขึ้นมาได้ ก็สายเกินไปแล้ว
และในยามนี้
“ทุกอย่าง กำลังพอดี!”
ขั้นแรกของวิชาท้าทายฟ้าดารา คือต้องดูดซับพลังงานจักรวาลอันทรงพลัง ให้ไหลเวียนทั่วเส้นลมปราณทั้งสิบสองสายตามแบบแผน และเส้นลมปราณพิเศษทั้งแปด
รวมเป็นยี่สิบเส้นลมปราณ
เส้นลมปราณยี่สิบเส้นเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียว ก่อเกิดเป็น ‘เส้นชีพจรเทพ’
เส้นชีพจรเทพสำเร็จ พละกำลังพลิกภูเขา ศักยภาพไร้ขอบเขต!
ร่างกายก็ไม่ถูกจำกัดด้วยพลังงานใด ๆ ในจักรวาลอีกต่อไป
สูดกลืนพลังแห่งฟ้าดิน บำเพ็ญเพียรกายตน หลุดพ้นสู่สภาวะเหนือสามัญ
พูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ไม่ว่าพลังงานใด ล้วนสามารถฝืนดูดซับเข้าร่างกายเพื่อบำเพ็ญเพียรได้
ทุกย่างก้าวที่หวังเสียนเดิน จะมีวิญญาณสังหารสายแล้วสายเล่าทะลักเข้าจากฝ่าเท้า เริ่มจากจุดจินเหมินที่ทะลวงตั้งแต่แรก ผ่านจุดเจียวหยาง เจียนจิ่ง หยาเหมิน เฟิงฉือ... จุดชีพจรอีกมากมาย และไปสิ้นสุดที่จุดเปิ่นสินบนหน้าผาก
