กลับถึงตำหนักฝึก ฉีหยางก็หยิบเศษชิ้นส่วนที่ซูชิงหานมอบให้ ออกมาวางรวมกับชิ้นที่ขุดได้จากใต้ดินในแดนลับก่อนหน้านี้
น้ำเต้าดำสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเศษชิ้นส่วน จึงสั่นสะเทือนขึ้นอีกครั้ง ลวดลายวิญญาณบนผิวส่องประกายวูบวาบอย่างบ้าคลั่ง
ฉีหยางไม่ลังเล ยื่นเศษชิ้นส่วนไปตรงปากน้ำเต้าทันที
น้ำเต้าดำกลืนมันลงไปในคำเดียว!
คราวนี้ปฏิกิริยารุนแรงกว่าครั้งก่อนถึงสิบเท่า
ฉีหยางสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งปะทุออกจากน้ำเต้า ไหลทะลักเข้าสู่เส้นลมปราณ ตันเถียน และแม้กระทั่งวิญญาณของเขา
แก่นทองห้าสีหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ตำหนักฝึกทั้งหลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
น้ำเต้าดำลอยคว้างอยู่กลางอากาศ สีสันบนพื้นผิวเริ่มเปลี่ยนจากดำสนิท
ลวดลายวิญญาณสีเขียวเลือนหาย สีทองเลือนหาย สีม่วงเลือนหาย... ลวดลายวิญญาณทั้งหมดหายไปสิ้น!
เหลือเพียงสีสันชนิดหนึ่งที่ฉีหยางไม่เคยเห็นมาก่อน
ทั่วทั้งลูกโปร่งใสราวกับแกะสลักจากผลึกใสบริสุทธิ์ที่สุด ทว่าภายในกลับมีแสงหลากสีสันกลุ่มหนึ่งไหลเวียน เปลี่ยนรูปร่างอยู่ไม่หยุด
แสงนั้นมิใช่พลังวิญญาณธาตุทั้งห้า มิใช่พลังแห่งปฐมพิษ หากเป็นพลังงานชนิดหนึ่งที่อยู่เหนือระบบความเข้าใจทั้งปวง
น้ำเต้าดำ... ไม่สิ บัดนี้มันไม่ใช่สีดำแล้ว สมควรเรียกมันว่า ‘น้ำเต้าแก้วหลิวหลี’!
จู่ ๆ ข้อมูลชุดหนึ่งก็หลั่งไหลเข้าสู่ห้วงความคิดของฉีหยาง เป็นการรับรู้ที่ถ่ายทอดตรงลึกลงไปถึงวิญญาณ
เขาเห็นภาพหนึ่ง
ที่นั่นคือห้วงสุญญะไร้ขอบเขต มีโลกนับไม่ถ้วนลอยอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า
โลกแต่ละใบดูคล้ายหยาดน้ำขนาดมหึมา ภายในมีขุนเขา สายน้ำ และสรรพชีวิตที่สืบพันธุ์ดำรงอยู่
โลกบำเพ็ญเซียนเป็นเพียงหยาดน้ำธรรมดาหยดหนึ่งในนั้น
เหนือหยาดน้ำทั้งปวง มีต้นไม้ยักษ์สูงตระหง่านอยู่ต้นหนึ่ง
เรือนยอดของต้นไม้ใหญ่แผ่ปกคลุมห้วงสุญญะทั้งผืน รากฝังลึกลงไปในทุกโลก
น้ำเต้าเติบโตอยู่บนต้นไม้ต้นนั้น
มิใช่เพียงลูกเดียว แต่มีนับไม่ถ้วน
น้ำเต้าแต่ละลูกเชื่อมต่อกับรากเส้นหนึ่งของต้นไม้ใหญ่ และรากแต่ละเส้นก็หยั่งลึกลงไปในโลกใบหนึ่ง
น้ำเต้าดำ หรือบัดนี้คือน้ำเต้าแก้วหลิวหลี เป็นเพียงผลลูกหนึ่งที่ร่วงหล่นจากต้นไม้ใหญ่
