เสเพลอันดับหนึ่งแห่งต้าเฉียน

บทที่ 3 ฮองเฮาซ่างกวน

7 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 3 ฮองเฮาซ่างกวน

ตำหนักลี่เจิ้ง

ฮองเฮาซ่างกวนถือเข็มด้าย นั่งอยู่หน้าโต๊ะจัดแจงชุดวิวาห์สีแดง

“เหนียงเหนียง ดึกมากแล้ว...” สาวใช้ข้างกายเตือนเสียงเบา

ฮองเฮาซ่างกวนทรงหาว นำชุดวิวาห์ที่ยังไม่เสร็จพับเก็บอย่างดี ใส่ลงในหีบ

ขณะนางเตรียมลุกขึ้นพักผ่อน

ด้านนอกกลับมีเสียงเคลื่อนไหว

“ฝ่าบาทดึกป่านนี้ เหตุใดถึงเสด็จมายังตำหนักลี่เจิ้งเพคะ” ฮองเฮาซ่างกวนรีบถวายบังคม

หลี่เสวียนก้าวฉับเข้าไปประคองนางขึ้น ตรัสยิ้มๆ ว่า “เพิ่งอนุมัติฎีกาเสร็จ เห็นที่นี่ยังจุดไฟอยู่ จึงแวะมาเยี่ยม”

กล่าวพลางทอดพระเนตรไปยังหีบไม้ข้างโต๊ะที่มีชุดวิวาห์ ก็ทรงเข้าใจทันทีว่านางดึกดื่นไม่ยอมนอนด้วยเหตุใด หลี่เสวียนจับมือนางจูงให้นั่งลง ตรัสเชิงตำหนิว่า “งานวิวาห์ของเจาหนิงยังมีเวลาอีกหลายวัน เจ้าสุขภาพก็ไม่สู้ดีนัก ไม่จำเป็นต้องเร่งฝีมือเช่นนี้”

เดิมทีชุดวิวาห์นี้ ทรงเตรียมให้ช่างหลวงเป็นผู้ตัดเย็บ ทว่าฮองเฮาซ่างกวนยืนกรานจะลงมือเย็บด้วยตนเอง

หลี่เสวียนก็จนใจ จึงปล่อยตามนาง

“หม่อมฉันเพียงนอนไม่หลับ ว่างก็ว่าง การเย็บชุดวิวาห์ให้เสร็จเร็ว จะได้ให้เจาหนิงกับซูเหยียนลองสวมดูว่าเข้ารูปหรือไม่เพคะ” ฮองเฮาซ่างกวนตรัสยิ้มๆ

“มีเรื่องหนึ่ง เจ้าอาจยังไม่รู้” หลี่เสวียนตรัสกะทันหัน

“เรื่องใดหรือเพคะ” ฮองเฮาซ่างกวนตรัสถาม

“วันนี้ซูเหยียนกับเด็กตระกูลเซวียต่อยกัน ได้รับบาดเจ็บที่สมองเกือบเสียชีวิต ดีที่ช่วยชีวิตกลับมาได้” หลี่เสวียนเอ่ยถึงซูเหยียน สีหน้าเผยแววจนใจ

เด็กนี่ เติบโตมาไม่เคยใฝ่เรียน เอาแต่ตีไก่ชนไก่กับต่อยตี

ผลาญทรัพย์สมบัติของซู่อวี้กั๋วจนสิ้น

“เหตุใดถึงลงมือหนักถึงเพียงนี้” ฮองเฮาซ่างกวนเลิกคิ้ว สีหน้าไม่พอพระทัย “ซูเหยียนอย่างไรก็เป็นราชบุตรเขยในอนาคต ปกติทะเลาะเล็กน้อยก็พอแล้ว พวกเขากล้าทำถึงตายจริงหรือ”

“เฮ้อ เด็กพวกนี้ ไม่มียอมประหยัดหัวใจให้เลยสักคน” หลี่เสวียนขยี้หว่างคิ้ว

“ฝ่าบาท ต้องทรงมอบความเป็นธรรมให้ซูเหยียนเพคะ!” ฮองเฮาซ่างกวนตรัสด้วยพระสุรเสียงร้อนรน “ซูเหยียนแม้จะดื้อรั้น แต่หม่อมฉันรู้ว่าธาตุแท้เขามิได้เลวร้าย เพียงแต่ไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนที่ดีตั้งแต่เด็กจึงหลงผิด ฝ่าบาท เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นความผิดที่ราชวงศ์ติดค้างเขา จะทำให้ซูกั๋วกงใจหายมิได้เพคะ!”

“เจิ้นย่อมทราบดี” หลี่เสวียนปลอบประโลมนาง “มิเช่นนั้นเจิ้นจะยกเจาหนิงให้บุตรชายเขาหรือไม่”

ตระกูลซูจงรักภักดีเต็มบ้าน ในศึกใหญ่ครานั้น ซู่อวี้กั๋วยิ่งต้องเลือกกู้ชีพราชวงศ์ ระหว่างภรรยากับราชวงศ์

เขาย่อมรู้ดีว่าติดค้างซู่อวี้กั๋วผู้ภักดีนี้

จึงได้ประทานองค์หญิงเจาหนิง พระราชธิดาองค์โตผู้โปรดปรานที่สุด ให้สมรสกับบุตรชายคนเดียวของซู่อวี้กั๋ว ตลอดหลายปีมีขุนนางนับไม่ถ้วนถวายฎีกาคัดค้าน เขาก็ยืนหยัดในทางเลือกของตน

เพียงแต่ เซวียโหยวเหว่ยผู้นี้ก็เป็นบุตรเซวียกั๋วกงเช่นกัน ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นกั๋วกงเหล่านี้ ล้วนเป็นขุนนางผู้มีคุณูปการที่สนับสนุนหลี่เสวียนในศึกใหญ่ครานั้น

คิดถึงตรงนี้ หลี่เสวียนทรงถอนหายใจอีกครั้ง “ซู่อวี้กั๋วถวายฎีกาให้เจิ้นลงโทษเซวียโหยวเหว่ยสถานหนัก เจิ้นคิดอยู่นานก็ยังคิดไม่ออกว่าจะลงโทษอย่างไรให้ซู่อวี้กั๋วพอใจ”

“ฝ่าบาทไม่ต้องทรงกังวล หากเป็นเพียงการทะเลาะของเด็กก็ว่าไปอย่าง แต่นี่เป็นฝีมือเซวียโหยวเหว่ยลงมือเด็ดขาดก่อน สมควรจัดการตามกฎหมาย ต่อให้เซวียกั๋วกงมีข้อครหา เราก็มีเหตุผลทั้งเหตุและผล” ฮองเฮาซ่างกวนลุกขึ้น รินน้ำถวายหลี่เสวียน จากนั้นคีบน้ำแข็งก้อนเล็กใส่ลงในถ้วยจากกล่องข้างๆ

หลี่เสวียนได้ฟัง ทรงประหลาดใจเล็กน้อย จ้องมองนาง ตรัสยิ้มๆ “เจิ้นนึกไม่ถึงว่าเจ้าจะพูดแทนซูเหยียน”

ตระกูลเซวียกับตระกูลซ่างกวนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง เหตุที่ทรงนำเรื่องนี้มาเล่า ก็เพื่อหยั่งท่าทีนาง

“ฝ่าบาทไม่ต้องใส่พระทัยความรู้สึกหม่อมฉันเพคะ” ฮองเฮาซ่างกวนยิ้มบาง ยื่นถ้วยน้ำให้หลี่เสวียน ตรัสถามอย่างจริงจัง “หลายปีมานี้ หม่อมฉันเคยลำเอียงเข้าข้างผู้ใดหรือไม่เพคะ”

หลี่เสวียนรับถ้วยน้ำมาแต่มิได้ดื่ม วางบนโต๊ะ จับมือนางตบเบาๆ “เป็นเจิ้นที่เลินเล่อ”

หลายปีมานี้ ฮองเฮาซ่างกวนล้วนเป็นผู้ช่วยคู่คิดคนเก่ง เข้าใจในหลักใหญ่ ไม่แทรกแซงการตัดสินพระทัย แต่เมื่อทรงลำบากก็ถวายคำแนะนำอย่างแยบยล ช่วยแบ่งเบาพระกังวล

จัดการวังหลังได้เรียบร้อยยิ่ง ทรงไม่ต้องพะวง

เป็นแบบอย่างแห่งมาตานุภาพแห่งแผ่นดินอย่างแท้จริง

“รออาการบาดเจ็บของเจ้าซูเหยียนดีขึ้น เจิ้นจะเรียกพวกเขาเข้าวัง” หลี่เสวียนสูดลมหายใจลึก

ฮองเฮาซ่างกวนได้ฟังก็ผงกพระเศียร แล้วถอนหายใจอีกครา “เฮ้อ... หม่อมฉันคิดมาตลอดว่าการเป็นเช่นนี้ต่อไปมิใช่หนทาง เพราะซูกั๋วกงออกรบตลอดปี ปล่อยซูเหยียนไว้ตามลำพัง หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะขาดการอบรม ให้เขาไปศึกษาที่กั๋วจื่อเจียนเถิด เรียนรู้วิทยาการต่างๆ จะได้พบปะกับเจาหนิงมากขึ้น เด็กนั่นคัดค้านการแต่งงานนี้อย่างรุนแรงนัก”

“เด็กเจาหนิงนั่นก็ เฮ้อ...” เอ่ยถึงหลี่เจาหนิงก็ทรงปวดพระเศียร นางงัดทุกวิถีทางเพื่อเลี่ยงการวิวาห์กับซูเหยียน ถึงขั้นประกาศจะจัดการพระคลังข้างที่ เอางานความชอบมาแลกให้ทรงเพิกถอนราชโองการสมรส

ส่วนซูเหยียนยิ่งไม่ประหยัดหัวใจ เอาแต่อยู่ไปวันๆ ไม่เรียนตำรา รู้จักแต่พนันต่อยตี คิดถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจ “เจิ้นเคยกล่าวกับซู่อวี้กั๋วถึงเรื่องนี้ แต่นั่นก็ไม่ยอมไป เรื่องครอบครัวชาวบ้านเจิ้นก็ยากจะบังคับ”

ทรงยกลูกสาวสุดโปรดให้ซูเหยียน ก็ล้วนหวังมิให้ซูเหยียนเป็นนักเลงอนาถ

เพียงแต่ เด็กนี่ธาตุแท้ดื้อด้าน ไม่ฟังคำอบรม ซู่อวี้กั๋วก็จนใจ ฝ่ายหลี่เสวียนก็ลำบากใจจะบังคับ ในฐานะฮ่องเต้ ไปจัดการเรื่องครอบครัวผู้อื่น ไม่ถูกต้องตามธรรมเนียม

“แต่ก่อนเป็นเรื่องครอบครัวตระกูลซู บัดนี้ซูเหยียนเป็นว่าที่บุตรเขยเจาหนิง ก็นับเป็นคนราชวงศ์ หากฝ่าบาทไม่สะดวกออกหน้า ฝากเป็นธุระให้หม่อมฉันจัดการเถิดเพคะ หม่อมฉันในฐานะมารดาภรรยา อบรมสั่งสอนเขา ล้วนสมเหตุสมผล” ฮองเฮาซ่างกวนยิ้ม

เชื้อพระวงศ์ล้วนเป็นนางที่สั่งสอนมา ตระเตรียมซูเหยียนเพิ่มอีกคนก็มิใช่เรื่องใหญ่ อีกทั้งนางเห็นมาตลอดว่า ซูเหยียนขาดการอบรม เป็นความผิดที่ราชวงศ์ติดค้างเขา หวังชดเชยด้วยวิธีอื่น

“ย่อมดีนัก เพียงแต่เจ้าจัดการวังหลัง ดูแลพระคลังข้างที่ และยังต้องเหนื่อยพระทัยเรื่องเด็กๆ ร่างกายของเจ้า...” หลี่เสวียนตรัสค้าง

บัดนี้ศึกสงครามเพิ่งสงบไม่กี่ปี ทุกอย่างต้องฟื้นฟู ทรัพย์สินราชคลังว่างเปล่า พระคลังข้างที่ต้องอุดหนุนราชคลัง ก็รายจ่ายเกินรายรับ

ชายาในวังและองค์ชายทั้งหลาย ใช้สอยล้วนฝืดเคือง

มิใช่เพียงหลี่เสวียนฮ่องเต้ทรงปวดพระเศียรกับราชคลัง ฮองเฮาซ่างกวนก็ตรากตรำพระทัยกับพระคลังข้างที่

“ไม่เป็นไรเพคะ เรื่องเพียงเล็กน้อย” ฮองเฮาซ่างกวนยิ้มโบกพระหัตถ์ แล้วยกถ้วยน้ำบนโต๊ะขึ้น “ฝ่าบาท น้ำแข็งละลายหมดแล้ว รีบดื่มเถิดเพคะ”

หลี่เสวียนจึงทรงหยิบถ้วยน้ำดื่มอึกหนึ่ง ความเย็นฉ่ำดับจุดไฟโทสะภายในพระทัย ทรงถอนพระทัยยาวอย่างโล่งอก “น้ำแข็งนี่ในฤดูหนาวน่ารำคาญ แต่ในฤดูร้อนนับเป็นสมบัติล้ำค่าเสียจริงน่า เสียดายราคาแสนแพง!”

ฮองเฮาซ่างกวนพระสรวลบาง มิได้ตรัสเสริม

หลี่เสวียนตรัสไม่ผิด ราคาน้ำแข็งแพงนัก พระคลังข้างที่รายจ่ายเกิน รายรับ ในวังใกล้จะใช้น้ำแข็งไม่ไหว ทว่าคำนี้หลี่เสวียนตรัสได้ แต่นางจะบ่นพ้อมิได้ เพราะหาได้เป็นประโยชน์ไม่ มีแต่จะทรงกลัดกลุ้มพระทัยยิ่งขึ้น

ทรงดื่มน้ำเย็นหมดในรวดเดียว หลี่เสวียนถอนหายใจต่อไป “ยามนี้ทั่วทุกหนแห้งแล้ง เก็บเกี่ยวผลฤดูใบไม้ร่วงปีนี้คงมีราษฎรประสบภัยอีกมาก ราชคลังไร้เงินตรา ปีนี้คงยากลำบากกว่าปีใดๆ ที่ผ่านมา...”

หลี่เสวียนราวกับเปิดประตูระบาย ระบายความอัดอั้นในราชสำนักออกมาจนหมดสิ้น

ฮองเฮาซ่างกวนประทับฟังเงียบๆ อยู่ข้างๆ นางยึดหลักวังหลังไม่แทรกแซงราชกิจ แต่นางก็ยินดีฟังหลี่เสวียนพร่ำบ่น

คือความเข้าอกเข้าใจกันที่มีมาหลายปีของสามีภรรยาคู่นี้

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com