สวีสือเยวี่ยก้มหน้าหัวเราะเบา ๆ แล้วแตะนิ้วชี้ที่ริมฝีปาก “เบา ๆ หน่อย อย่าให้ใครจับได้”
พูดจบก็ชูป้าย “ห้าร้อยสิบล้าน”
เวินเนี่ยนซีเบิกตากว้างมองเขา แอบเข้ามาประมูลยังรวยขนาดนี้อีกเหรอ!
งั้นประโยคที่เขาพูดเมื่อกี้ก็แค่แกล้งเธอสินะ?
สวีสือเยวี่ยดูเหมือนจะอ่านความคิดเธอออก “กลัวอะไร ไม่มีเงินแล้วทำเป็นรวยไม่ได้หรือไง? ยังไงก็ต้องมีคนประมูลต่อ ไม่ต้องกลัว เธอก็ชูป้ายสิ มาทำเป็นรวยไปด้วยกัน”
เวินเนี่ยนซีพูดไม่ออกไปเลย
เธอไม่อยากสนว่าเขาพูดจริงหรือโกหก แค่อยากให้การประมูลจบเร็ว ๆ จะได้กลับบ้าน
เพราะไม่รู้ว่าเซินว่างนั่งอยู่ตรงไหน ถ้าเขาเห็นเธอเข้า...
ห้ามให้เขาเห็นเด็ดขาด!
“เจ็ดร้อยล้าน”
“แปดร้อยหกสิบล้าน”
“หนึ่งพันล้าน...”
เวินเนี่ยนซีนั่งนิ่งงันอยู่บนเก้าอี้ เสียงเสนอราคาดังเข้าหูไม่ขาดสาย ให้ความรู้สึกราวกับถูกตัดขาดจากโลกความเป็นจริง
ราคาพุ่งขึ้นทีละหลายร้อยล้าน ชั่วขณะหนึ่งเธอกลับรู้สึกว่ามันน้อยนิดเหลือเกิน
“หนึ่งพันสองร้อยล้าน” สวีสือเยวี่ยชูป้าย เพิ่มราคาขึ้นไปอีกสองร้อยล้านในทีเดียว ทันใดนั้นก็ไม่มีใครในหอประมูลเสนอราคาอีก
บรรดาผู้ประมูลที่ตอนแรกหมายมั่นจะได้เครื่องประดับชุดนี้ ต่างพากันส่ายหน้าและวางป้ายลง
เวินเนี่ยนซียกมือบังปาก กระซิบเตือน “อย่าทำเป็นรวยเกินไปนะ”
“ถ้าทำเป็นรวยเกินไปก็ซื้อมาเสียเลยสิ”
เขาตั้งใจหนีเรียนกลับประเทศมาเพื่อเครื่องประดับชุดนี้โดยเฉพาะ วันนี้เขาต้องได้มันมาให้ได้
“หนึ่งพันสองร้อยล้านครั้งที่หนึ่ง หนึ่งพันสองร้อยล้านครั้งที่สอง...”
ขณะที่ผู้ประมูลกำลังจะเคาะค้อน พนักงานคนหนึ่งก็เดินเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างข้างหูเธอ
ทันใดนั้นน้ำเสียงของผู้ประมูลก็เคร่งขรึมและดังกังวานขึ้น “ขณะนี้มีผู้เข้าร่วมประมูลเปิดเทียนแล้ว! ตามกติกาการประมูลครั้งนี้ ผู้เปิดเทียนจะเพิ่มราคาจากราคาสูงสุดในรอบก่อนหน้าเป็นสองเท่าทันที! ยังมีท่านผู้มีเกียรติท่านใดต้องการเสนอราคาต่อหรือไม่?!”
สวีสือเยวี่ยขมวดคิ้ว มือที่กำป้ายแน่นขึ้น
