เซินว่างหัวเราะจนแทบโมโห แล้วโอบเธอจากด้านหลัง “ที่แท้ปกติฉันพูดจาน่าหมั่นไส้ขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เขาเปิดบันทึกแชตขึ้นมา นิ้ววางอยู่บนหน้าจอ ก่อนจะเตือนอย่างอ่อนโยนในตอนท้าย “ค่อนข้างน่าสยดสยอง เธออย่าดูเลยดีกว่า”
“น่าสยดสยอง? นายไปฆ่าคนมาอีกแล้วหรือไง?”
“ชิ”
น้ำเสียงแบบนี้ ทำไมพูดเหมือนเขาเป็นฆาตกรเลยล่ะ
เซินว่างวางโทรศัพท์มือถือไว้ข้าง ๆ แล้วสอดนิ้วประสานกับมือเธอ “เป็นแม่ของเธอ”
“แม่เธอก่อเรื่องที่โรงงาน คนรับผิดชอบเผลอลงมือหนักเกินไป ตอนนี้หมดลมหายใจแล้ว”
ถึงทุกวันเธอจะเฝ้าหวังให้ไต่เจียวตาย แต่พอได้ยินข่าวการตายของหล่อนก็ยังตกใจไปชั่วขณะ เธอมองเขาอย่างเหม่อลอย “หล่อนตายแล้วเหรอ?”
เซินว่างเดาไม่ออกว่าเธอกำลังรู้สึกอย่างไร ลูกกระเดือกขยับกว่าจะเปล่งเสียงออกมาได้ก็ผ่านไปนาน “อืม”
เวินเนี่ยนซีหลุบตาลง ไม่ได้รู้สึกเสียดาย แต่กลับรู้สึกโล่งอก
“แล้วคุณยายล่ะ?”
“วางใจเถอะ ฉันให้คนอัดเสียงของแม่เธอไว้ล่วงหน้าแล้ว ถึงตอนนั้นก็จะโทรหาคุณยายตรงเวลาทุกเดือนด้วยเสียงของแม่เธอ”
ทุกเรื่องที่เธอเป็นกังวล เขาจะจัดการให้เรียบร้อย ขอแค่เธอทุ่มเทใจให้เขาคนเดียวก็พอ
“เซินว่าง ต่อจากนี้ฉันก็ไม่มีแม่แล้ว”
เธอพูดประโยคนี้ด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ความผูกพันทางสายเลือดที่เคยพันธนาการเธอไว้ ในที่สุดก็ขาดสะบั้นลงเสียที
เซินว่างกอดเธอด้วยความปวดใจ “ฉันไม่มีมานานแล้วเหมือนกัน”
“เธอเชื่อใจฉันได้ ครึ่งชีวิตที่ผ่านมาโลกนี้ติดค้างอะไรเธอไว้ ฉันจะค่อย ๆ ชดเชยให้ทีละนิด”
เวินเนี่ยนซีซุกอยู่ในอ้อมแขนเขา มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย “อืม ฉันก็เหมือนกัน”
