“ไปจดทะเบียนสมรส! พวกคุณแต่งงานกันแล้วเหรอ?” เจียงเยว่ตกใจจนยกมือปิดปาก ก่อนจะมองเซินว่างอีกครั้ง “ดูคุ้นหน้าจังเลย…”
เวินเนี่ยนซีรีบอธิบาย “ก็คนที่คบกันทางเน็ตไง คนที่เคยเอารูปให้พวกเธอดูเมื่อก่อนน่ะ”
“จริงเหรอ! ให้ตายสิ เหมือนฉากในนิยายเลย!”
เซินว่างวางมือข้างหนึ่งไว้ที่เอวเวินเนี่ยนซี ส่วนอีกข้างล้วงกระเป๋า สีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์
จู่ ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นได้ จึงเอ่ยว่า “คุณไม่ได้บอกว่าไม่มีเพื่อนไปร่วมงานแต่งเหรอ? ผมจำได้ว่าคุณสนิทกับเพื่อนร่วมห้องดี ชวนพวกเขามาก็ได้นี่”
เวินเนี่ยนซีตาเป็นประกาย เขาช่วยเตือนเธอได้พอดี “เยว่เยว่ ปีหน้าเราจะจัดงานแต่ง เธอกับรุ่นพี่เฉินว่างมาร่วมงานไหม?”
เจียงเยว่ถาม “พวกคุณยังไม่ได้จัดงานแต่งเหรอ?”
“อืม… เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นนิดหน่อย เลยต้องจัดงานชดเชยอีกครั้ง”
เจียงเยว่ตื่นเต้นจนจับมือเฉินป๋อเยี่ยนไว้ เธอยังไม่เคยไปร่วมงานแต่งใครเลย อยากเห็นมากเป็นพิเศษ “ว่างสิ!”
เวินเนี่ยนซีกล่าว “กลับไปแล้วช่วยติดต่อจี้ไห่ถังกับซูชินเหอให้ฉันด้วยนะ”
เจียงเยว่ยิ้มจนเห็นลักยิ้มสองข้าง “งั้นฉันกลับไปตั้งกลุ่มเลยดีกว่า พวกเธอรู้ว่าเธอไม่เป็นอะไร ต้องดีใจมากแน่ ๆ”
“ก็ดีเหมือนกัน”
ทั้งสองคุยกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะแยกย้ายกันเพราะเวลาไม่เอื้ออำนวย
คุยกันตั้งนาน เวินเนี่ยนซีลืมไปเสียสนิทว่าจุดประสงค์หลักที่มาซูเปอร์มาร์เก็ตคืออะไร เธอเข็นรถที่เต็มไปด้วยขนมไปคิดเงิน
เซินว่างโอบเอวเธอ โน้มตัวไปกระซิบข้างหูเบา ๆ ว่า “ภรรยา ยังไม่ได้ซื้อถุงยางเลย”
พูดจบ เขาก็จูงเธอไปหยุดตรงหน้าชั้นวางที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์สำหรับชีวิตคู่
เวินเนี่ยนซีเม้มปาก พลางปัดปอยผมข้างแก้ม “คุณเลือกเองเลย”
