ค่ำคืน
ภายในปราสาทเก่าแก่สว่างไสวด้วยแสงไฟ เสียงแก้วกระทบกันดังคลอไปกับเสียงพูดคุยหัวเราะ บรรดาผู้มีอิทธิพลต่างยกแก้วอวยพรคู่บ่าวสาวอย่างจริงใจ
เซินว่างสวมสูทสีดำ ที่อกประดับดอกไม้สีแดงดอกใหญ่ วันนี้เขาอารมณ์ดีนัก ความเฉียบคมในดวงตาจึงลดลงไปไม่น้อย
เขาโอบเวินเนี่ยนซีในชุดกระโปรงสีแดงเกาะอกไว้ไม่ห่างกาย
หลังดื่มอวยพรครบทุกโต๊ะ ในที่สุดเวินเนี่ยนซีก็ได้นั่งพัก เธอห้อยขาลงพลางเอ่ยว่า “เซินว่าง ทำไมคุณมีเพื่อนเยอะขนาดนี้”
เขาสังเกตเห็นท่าทางห้อยขาของเธอ จึงย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่ง จับข้อเท้าเธอไว้แล้วดึงชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อย
ส้นเท้าด้านหลังแดงเพราะถูกเสียดสีจริง ๆ
“เหนื่อยแล้วเหรอ”
เวินเนี่ยนซีพิงพนักเก้าอี้ ยกมือขึ้นลูบใบหน้าเขา “อืม การแต่งงานไม่เหมือนที่ฉันคิดไว้เลย เหนื่อยมาก คืนนี้ขอ...”
“พี่สะใภ้”
เสียงหนึ่งดังมาจากไม่ไกล ตัดบทสนทนาของทั้งคู่
จินหลินถือแก้วไวน์ทรงสูงเดินเข้ามา ครั้งนี้ที่เขากลับประเทศได้อย่างราบรื่น ล้วนเป็นเพราะเซินว่าง หรือพูดให้ถูกก็คือเพราะเวินเนี่ยนซี
เขาดิ้นรนคลุกคลีอยู่ในสังคมมาตั้งแต่เด็ก จึงรู้ดีว่าควรเกาะขาใครให้แน่น
“ผมชื่อจินหลินนะครับพี่สะใภ้ ถ้าอยากไปเที่ยวต่างประเทศเมื่อไหร่ก็ติดต่อผมได้เลย ผมคุ้นเคยกับที่นั่น”
เวินเนี่ยนซีไม่เคยเจอเขามาก่อน จึงหันไปมองเซินว่างทันที
อีกฝ่ายกำลังนั่งยอง ๆ นวดน่องให้เธออยู่ “จินหลิน คนที่เคยวิดีโอคอลกับคุณตอนเราไปสนามยิงปืนไง สนามยิงปืนนั่นเขาเป็นคนเปิดเอง”
