หลังจากเซินอู๋โหยวกับฟู่ลี่เยี่ยนนัดเจอกัน แล้วถูกโจวอวี่ชางเห็นเข้า
ระหว่างทางกลับโรงแรม เขาไม่พูดอะไรสักคำ
เซินอู๋โหยวขยับมือที่ถูกเขากอบกุมไว้ในฝ่ามือ “ฉันไม่ได้ชอบเขาแล้ว ที่นัดเจอกันครั้งนี้ก็แค่อยากสะสางเรื่องที่ผ่านมาให้ชัดเจน คุณไม่ได้คิดมากใช่ไหม”
แสงไฟถนนที่พุ่งถอยหลังอย่างรวดเร็วสาดผ่านคิ้วเข้มและดวงตาเย็นชาของเขา นี่เป็นครั้งแรกที่เซินอู๋โหยวเห็นเขาในสภาพเช่นนี้
เธอรู้สึกผิดมาก
“จะไปไหน”
โจวอวี่ชางตอบ “ไปโรงแรม”
เซินอู๋โหยวพูดว่า “ฉันไปพักที่บ้านเนี่ยนเนี่ยนก็ได้ ถ้าคุณไม่สบายใจ เรื่องแต่งงานเราค่อยกลับมาคิดดูกันใหม่ก็ได้ ฉันไม่บังคับใครหรอก”
โจวอวี่ชางมองตรงไปข้างหน้า หรี่ตาลงเล็กน้อย
เขายังคงไม่พูดอะไร เพียงเหยียบคันเร่งเงียบ ๆ เร่งความเร็วขึ้น
โรงแรมถนนหลัว
ทันทีที่ประตูห้องปิดลง เซินอู๋โหยวก็ถูกแขนแกร่งโอบเอวไว้อย่างแน่นหนา ก่อนริมฝีปากหนักหน่วงจะประทับลงมา
โจวอวี่ชางใช้มือข้างหนึ่งประคองท้ายทอยเธอไว้ ไม่ยอมให้หลบ พร้อมดูดดึงริมฝีปากเธอ ภาพที่ทั้งสองนั่งเผชิญหน้ากันผุดขึ้นในหัว เขาหึงจนจูบหนักหน่วงขึ้นกว่าเดิม
เขารุกไล่จนลมหายใจของเธอปั่นป่วนอย่างไม่ยั้ง
เขาโอบเธอพลางจูบมาตลอดทางจนถึงโซฟา กระเป๋าและรองเท้าส้นสูงของเซินอู๋โหยวหล่นกระจัดกระจายไปตามทาง
เซินอู๋โหยวแทบหายใจไม่ทัน จึงบีบหูเขาเบา ๆ แล้วผลักเขาออกห่างเล็กน้อย “โจวอวี่ชาง เบามือหน่อย”
โจวอวี่ชางลืมตา ปลายจมูกของทั้งคู่แตะกัน นัยน์ตาดำสนิทสะท้อนใบหน้าของหญิงสาว “อู๋โหยว ปลอบผมหน่อย”
เขาสูดจมูก ก่อนซบหน้าลงกับอกเธอ
เซินอู๋โหยวคิดว่าเขาร้องไห้ หัวใจพลันกระตุกวูบ เธอยกมือทั้งสองข้างประคองแก้มเขา แล้วก้มลงจูบกระหม่อมเขาเบา ๆ
เธอเพิ่งจะเอ่ยปลอบ เสื้อท่อนบนก็ถูกเขากระชากออกอย่างแรง เสียงผ้าฉีกดังแคว่ก เขาฉีกมันออกเป็นสองชิ้นด้วยมือเปล่า
