พอก้มตามองเห็นขนตาของเธอสั่นไหว เขาก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
เขาบีบแก้มเธอเบา ๆ โอบเธอจากด้านหลัง แล้วเอ่ยข้างหูว่า “อืม ที่รักคงหลับไปแล้วแน่ ๆ”
เวินเนี่ยนซีกะพริบตาปริบ ๆ แล้วหมุนตัวซุกเข้าไปในอ้อมอกเขา “ง่วง”
“อืม นอนเถอะ”
……
เดิมทีคิดว่าวันรุ่งขึ้นเวินเนี่ยนซีคงจะหลับยาวจนไม่รู้วันรู้คืน แต่พอเซินว่างตื่นขึ้นมาคลำข้างกาย กลับพบว่าไม่มีใครอยู่แล้ว ใต้ผ้าห่มยังคงมีไออุ่นจาง ๆ หลงเหลืออยู่
เขาเบิกตาโพลง ลุกขึ้นนั่ง พอเห็นร่างเล็ก ๆ กำลังคุกเข่าอยู่บนโซฟา ถึงค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอก
เวินเนี่ยนซีรวบผมเป็นมวย สวมเพียงชุดนอนสายเดี่ยวสีขาว กำลังคำนวณเงินใส่ซองจากบัตรเชิญเหล่านั้น
เซินว่างเปิดผ้าห่มออก สวมเพียงกางเกงขาสั้นแล้วเดินเข้าไปหา “คำนวณเสร็จหรือยัง”
เวินเนี่ยนซีเพิ่งสังเกตเห็นเขาตอนที่เซินว่างวางมือลงบนเอวของเธอ เธอส่ายหน้า “ยังเลย เยอะมาก”
“ไหน ๆ ก็ตื่นแล้ว มาช่วยฉันคำนวณด้วยสิ”
เซินว่างดึงบัตรเชิญออกจากมือเธอแล้วโยนไปข้าง ๆ “เงินแค่นิดหน่อย ไม่มีอะไรให้ต้องคำนวณหรอก”
“เมียไม่ต้องห่วง เงินจะเข้าบัญชีของเมียครบทุกบาททุกสตางค์”
เวินเนี่ยนซีตื่นเช้าเกินไป จึงเอนกายพิงไหล่เขาอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อครู่เธอเพิ่งคำนวณไปได้แค่ครึ่งเดียวก็รวมเป็นสี่สิบล้านแล้ว พอคิดว่าเงินพวกนี้จะเข้ากระเป๋าเธออย่างถูกต้องเหมาะสม ก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
เธอเงยหน้ามองเซินว่าง “ที่รัก คุณดีกับฉันจังเลย”
เซินว่างก้มลงถูปลายจมูกกับจมูกเธอเบา ๆ มือที่สวมแหวนวางลงบนเอวด้านหลังของเธอ “ทำถึงดึกขนาดนั้น ไม่ปวดเมื่อยเหรอ”
