เซินว่างพยักหน้า รู้สึกว่านี่เป็นความคิดที่ดี จะได้ลองหยั่งเชิงเธอดู
เขาทั้งหวังว่าเธอจะแกล้งทำ และหวังว่าเธอจะสูญเสียความทรงจำจริง ๆ
“จริงสิ” เขาเงยหน้ามองฟู่อวี่ จู่ ๆ ก็ถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “คุณทำอาหารเป็นไหม”
“หา?”
ฟู่อวี่ทำหน้างุนงง “ทำอาหาร?”
“ทำแบบไหน?”
ฟู่เยี่ยนที่นอนพักอยู่บนโซฟาหัวเราะออกมา พลางเลิกคิ้วแซวว่า “พี่ครับ พี่คิดว่าเป็นแบบไหนล่ะ”
“คิดว่าฝีมือทำอาหารของพี่ว่างไม่เข้าท่าเหรอ”
เซินว่างพูดไม่ออก “ทำอาหารปกติ ไม่ใช่เรื่องอย่างว่า”
ตอนแรกฟู่อวี่ไม่ได้เข้าใจผิดหรอก แค่หัวข้อสนทนากระโดดไปเร็วเกินไป อีกอย่างคำว่าทำอาหารออกจากปากเซินว่างแล้วฟังดูขัดแย้งกันอย่างมาก
“เป็นนิดหน่อย”
“กินได้ไหม” หลังถูกฟู่เยี่ยนหลอกไปครั้งหนึ่ง คราวนี้เขาจึงระมัดระวังขึ้นมาก
“น่าจะกินได้”
เซินว่าง “……”
ฟู่อวี่จัดเตรียมสารอาหารทางเส้นเลือดสำหรับสองวันถัดไปเสร็จแล้วส่งให้เขา “ออกกำลังกายให้มาก กินข้าวให้เยอะ ค่อย ๆ ฟื้นตัวไป เดี๋ยวก็ไม่ต้องใช้ของนี่แล้ว”
“อืม”
เซินว่างแต่งตัวเรียบร้อยแล้วลุกขึ้นเดินไปหาฟู่เยี่ยน ส่วนฟู่เยี่ยนวางมือทั้งสองไว้เหนือศีรษะ ขาข้างหนึ่งพาดอยู่บนพนักโซฟา สภาพดูมอมแมม
เมื่อรู้สึกว่ามีเงาทอดลงมาจากเหนือศีรษะ เขาก็หรี่ตาลง “พี่ว่าง ผมเหนื่อยจริง ๆ ขอพักสักหน่อยเถอะ”
เซินว่างยกมือขึ้น ซู่ฮยี่ก็ยื่นเงินสดหนึ่งหมื่นหยวนมาให้ เขารับมาแล้วฟาดใส่ตัวฟู่เยี่ยนราวกับใช้มันเป็นอิฐ “พอไหม”
พอเห็นธนบัตรสีเขียวอุ่น ๆ วางอยู่บนท้อง ฟู่เยี่ยนก็รีบลุกขึ้นนั่งทันที “เชิญถามได้เลยครับ ผมยินดีให้บริการคุณเต็มที่”
