ตอนหันไปเดินถึงหน้าประตู จู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็มืดวูบ เขายันมือกับกรอบประตู สายตาค่อย ๆ พร่ามัว ฝีเท้าโซเซไม่มั่นคง
เสียง “ปัง” ดังขึ้น เวินเนี่ยนซีตกใจ รีบก้าวเข้าไปประคองเขา “คุณเป็นอะไรไป?”
เซินว่างคว้ามือเธอไว้แน่นทันที อาศัยแรงพยุงตัวพิงไหล่เธอ หันใบหน้าด้านข้าง ลมหายใจร้อนชื้นพ่นรดลำคอ “ผมไม่ได้กินอะไรเลยมาทั้งวันแล้ว คุณช่วย... ต้มโจ๊กให้ผมอีกชามได้ไหม ถือว่าเห็นใจผมสักครั้ง...”
สภาพบ้านเธอแบบนี้ ก็มีแต่โจ๊กให้กินเท่านั้น
เธอออกแรงพยุงเขาไปนั่งบนโซฟา แล้วยื่นชาร้อนที่ชงไว้ให้ “คุณดื่มน้ำรองท้องไปก่อนนะ ฉันจะไปต้มให้เดี๋ยวนี้”
ด้วยความคิดที่ว่าปล่อยให้คนตายต่อหน้าต่อตาไม่ได้ เวินเนี่ยนซีจึงยอมตามใจเขาอีกครั้ง
นิ้วมือเรียวยาวเป็นข้อปล้องโอบแก้วเก็บความร้อนสีชมพูขาวไว้ ใบหน้าของเซินว่างซีดเผือด เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย
เขาหมุนแก้วให้ด้านที่มีรอยลิปสติกหันเข้าหาตัว แล้วแนบริมฝีปากลงไปเบา ๆ จิบหนึ่งอึก
เขาเอียงหน้ามองเงาร่างเล็กบอบบางที่กำลังวุ่นอยู่ในครัว
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะสั่นติดกันหลายครั้ง
มีข้อความเด้งขึ้นมาทีละข้อความ ไม่หยุดหย่อน
เขาอดนึกถึงคำพูดที่เธอบอกไม่ได้ “ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว”
นี่คงไม่ใช่ข้อความจากหนุ่มน้อยหน้าขาวที่เธอพูดถึงหรอกนะ
เขายื่นมือออกไป อยากดูโทรศัพท์มือถือของเธอ
แต่แล้วก็คิดอะไรขึ้นมาได้ จึงหักห้ามใจชักมือกลับไป ปลอบใจตัวเองว่า “เขาทำได้แค่ส่งข้อความหาเธอ แต่ตอนนี้ผมอยู่ข้างเธอ”
คิดแบบนี้แล้วก็รู้สึกโล่งใจขึ้นไม่น้อย
ผ่านไปสิบห้านาที
เวินเนี่ยนซียกโจ๊กข้าวโพดชามหนึ่งมาวางตรงหน้าเขา “ร้อนนิดหน่อยนะ”
