เซินว่างเอนหลังพิงโซฟาอย่างเกียจคร้าน เอียงหน้ามองเธอที่ขมวดคิ้วจนใบหน้าน้อย ๆ ย่นยู่ “คิดอะไรอยู่ นี่สารอาหารทางเส้นเลือดต่างหาก”
“ตอนนี้ผมกินอะไรไม่ได้ ต้องพึ่งสิ่งนี้ประคองสัญญาณชีพไว้”
“อ๋อ” เวินเนี่ยนซีถามอย่างสงสัย “ทำไมถึงกินอะไรไม่ได้ล่ะ”
เซินว่างห่อหลอดฉีดยาเก็บใส่กระเป๋า “เพราะคิดถึงคุณ”
สายตาของทั้งคู่สบกัน เวินเนี่ยนซีเกือบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ มือที่วางบนตักค่อย ๆ กำแน่น ก่อนจะก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อโดยไม่พูดอะไร
เซินว่างไม่ได้กินอะไร เพียงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา จ้องเธอเงียบ ๆ
เวินเนี่ยนซีถูกจ้องจนรู้สึกไม่สบายตัว “ถ้าคุณไม่กินก็กลับไปสิ เมื่อกี้คุณพูดเองว่ากินเสร็จแล้วจะกลับ”
เซินว่างนั่งอยู่ริมโซฟา ใช้มือเท้าหัวแล้วหลับตาลง “ผมเวียนหัวนิดหน่อย ขอพักสักครู่”
“คุณไม่ได้กินข้าวมานานแล้วเหรอ”
ตอนนี้แค่เวินเนี่ยนซีพูดกับเขาสักประโยค ก็จะถูกตีความเป็นความห่วงใยโดยอัตโนมัติ
เซินว่างลอบดีใจ แสร้งทำเป็นฟังไม่ชัด อยากคุยกับเธอให้นานขึ้นอีกหน่อย “หืม?”
เวินเนี่ยนซีพูดว่า “ฉันถามว่าคุณพึ่งสารอาหารทางเส้นเลือดประคองสัญญาณชีพมานานแค่ไหนแล้ว”
“ตั้งแต่วันที่คุณจากผมไป”
เวินเนี่ยนซีเบือนสายตาหนี “ฉันบอกแล้วไงว่าคุณจำคนผิด ฉันไม่รู้จักคุณเลยสักนิด”
จากตอนแรกที่พูดอย่างมีเหตุผลหนักแน่น ตอนนี้กลับรู้สึกผิดจนเสียงเบาลงไม่น้อย
“ผมไม่มีวันจำภรรยาของตัวเองผิดหรอก”
เขายังพูดไม่ทันจบ เวินเนี่ยนซีก็ลุกขึ้น ยกชามกับข้าวขึ้นมาตัดบท “ฉันอิ่มแล้ว”
จากนั้นก็หันหลังหลบเข้าไปในครัว
เซินว่างเวียนหัวจริง ๆ เขาหลับตาสูดหายใจลึก ๆ แล้วพิงโซฟาพักผ่อน
