เวินเนี่ยนซีวางมือบนไหล่เขา แล้วหันกลับไปมองสวี่เฉินเหยา
อีกฝ่ายขมวดคิ้ว สีหน้าดูไม่สบอารมณ์
ทั้งที่ตัวเองต่างหากที่ถูกเชิญมา ‘ดื่มชา’ แล้วทำไมตอนนี้กลับดูเหมือนเป็นฝ่ายหาเรื่องเสียเอง
เขายักไหล่อย่างจนปัญญา “ไม่เกี่ยวกับผมนะ”
เวินเนี่ยนซีถอนสายตากลับมา ถามว่า “ข้อตกลงอะไร”
“ผมช่วยให้เขากลับมาในวงการได้ แต่หลังจากนี้เขาต้องมาทำงานให้ผม ที่รัก คุณก็รู้นี่ ผมเป็นนักธุรกิจ นอกจากคุณแล้ว เรื่องอื่น ๆ ล้วนต้องให้ผลประโยชน์มาก่อน”
“ผมไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่เพื่อนของคุณดูเหมือนจะ…มีเจตนาร้ายกับผม”
คราวนี้สวี่เฉินเหยางงงันจริง ๆ
เขามีเจตนาร้ายตรงไหนกัน
เขาแค่กลัวต่างหาก!
“เนี่ยนเนี่ยน ฟังผมอธิบายก่อน เมื่อกี้เขาไม่ได้พูดแบบนี้ชัด ๆ เขามีเงื่อนไขก่อน บอกว่าเห็นแก่หน้าคุณ ผมก็เลย…”
“เนี่ยนเนี่ยน?” มุมปากเซินว่างกระตุกเป็นรอยเยาะเย้ยจาง ๆ “ที่รัก ผมว่าคำเรียกนี้จากปากผู้ชายคนอื่น ฟังดูสนิทสนมเกินไปหน่อยนะ คุณว่าไหม”
แม้น้ำเสียงจะเป็นเชิงถาม แต่แรงกดดันไม่ได้ลดลงเลยแม้แต่น้อย
เวินเนี่ยนซีถอนหายใจ ถึงเซินว่างจะเปลี่ยนไปมาก แต่ความหวงแหนของเขายังคงแรงกล้าเหมือนเดิม
แต่ความรู้สึกมั่นคงเพียงเท่านี้ เธอก็ควรมอบให้เขาอยู่แล้ว
“วันหลังฉันจะคุยกับเขา” เวินเนี่ยนซียกยิ้ม ใช้นิ้วแตะติ่งหูเขาเบา ๆ “คุณส่งเขากลับไปก่อนเถอะ เรื่องนี้เดี๋ยวฉันค่อยคุยกับเขาอีกที”
“อาจเป็นเพราะคุณดุเกินไป เขาเลยตกใจ”
เซินว่างไม่ขัดข้อง ยกมือขึ้นเล็กน้อย “ซู่ฮยี่ จัดที่พักให้คุณสวี่สักแห่ง”
