“ห้องหอ?”
เวินเนี่ยนซียันตัวลุกขึ้นนั่ง กวาดตามองไปรอบ ๆ
ถึงได้สังเกตว่าผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่เป็นสีแดงสด ตัวอักษรมงคลสีทองอร่ามติดอยู่ตรงหัวเตียง แสงไฟอบอุ่นทอดผ่านเตียงหอแสนประณีต กลีบกุหลาบโปรยปรายอยู่ประปราย หรูหราและอบอวลด้วยบรรยากาศแห่งความเป็นสิริมงคล
ที่แท้ห้องหอก็หน้าตาแบบนี้นี่เอง ก่อนหนีออกมาเธอไม่กล้าเข้ามาดูเลย
เขาตั้งใจจัดขนาดนี้ ถ้าได้เห็นเข้า เธอคงใจอ่อนก็เป็นได้
เธอแอบเอนตัวลงนอนอีกครั้ง เซินว่างเท้าหัว ยื่นมือปัดเส้นผมที่ปรกหน้าเธอออก “ชอบไหม?”
เวินเนี่ยนซีถาม “แบบนี้นับว่าเป็นคืนหอของเราหรือเปล่า?”
“ไม่นับ”
“ทำไมล่ะ?”
“เมื่อคืนฉันไม่ได้ทำอะไรเลย นอนเฉย ๆ ทั้งคืน จะเรียกว่าคืนหอได้ยังไง?”
เวินเนี่ยนซีดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดครึ่งหน้า ใบหูเริ่มแดงระเรื่อ “ฉันสงสัยมาตลอดว่าทำไมผู้หญิงถึงตายคาเตียงได้?”
“ทั้งที่ทำด้วยกัน ใช้เวลาเท่า ๆ กันแท้ ๆ…”
ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกผิด จนรู้สึกว่าหัวข้อนี้ประหลาดเกินไป พูดไปได้ครึ่งทางก็ไม่รู้จะพูดต่ออย่างไร
เวลาผ่านไปนานขนาดนี้ เรื่องราวในชาติก่อนคล้ายความฝัน ทั้งชัดเจนและเลือนราง
เซินว่างขมวดคิ้ว จับมือเธอมาจูบ “หมายความว่าฉันจะทำเธอจนตายหรือ?”
เวินเนี่ยนซีรีบปิดปากเขา “พอแล้ว ฉันก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง”
เซินว่างยกมุมปาก ความอุ่นจาง ๆ แผ่ซ่านจากฝ่ามือ “บางทีฉันอาจจะสุขเกินไป เลยเผลอเล่นแรงจนควบคุมไม่อยู่”
มือที่วางอยู่ตรงเอวเธอกระชับแน่น ดึงเธอเข้ามาในอ้อมแขน ก่อนก้มหน้าซุกลงไป น้ำเสียงอู้อี้ “ให้ฉันกอดแบบนี้แล้วนอนต่ออีกหน่อย”
