เซินว่างเห็นการแสดงจอมปลอมแบบนี้มามากแล้ว แต่คนที่แสดงเก่งได้ขนาดนี้ เขาเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
ที่บอกว่าลูกสาวยังเด็ก ก็แค่ยื่นใบแสดงความจงรักภักดีมาให้ โดยแฝงความหมายว่าต้องการผลประโยชน์จากเขาสักหน่อยเท่านั้น
เซินว่างเอ่ยขึ้น “พูดมาสิ อยากได้อะไร ฉันรับปากคำขอของคุณได้หนึ่งข้อ”
จู้จิ่งเหิงเช็ดหางตาที่ไม่มีน้ำตาสักหยด “ผมไม่มีอะไรจะขอ หวังเพียงว่าจะมีโอกาสได้ไปร่วมงานแต่งของประธานเซินครับ”
เขาสืบถามล่วงหน้ามาแล้ว คนที่เซินว่างเชิญไปร่วมงานแต่งล้วนเป็นบุคคลมีชื่อเสียงในฮูเฉิง ไม่ได้มีแค่คนในฮูเฉิง แต่ยังมีทั้งคนจากต่างประเทศ จากแผ่นดินใหญ่ และจากโลกใต้ดินด้วย...
ขอแค่ได้ไปร่วมงาน ก็แสดงว่าเขาพอมีความสำคัญในสายตาเซินว่างอยู่บ้าง คนเหล่านั้นย่อมให้เกียรติเขาอยู่บ้าง หากใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์ การเลือกตั้งสมัยหน้าก็ไม่ต้องกังวลแล้ว
เซินว่างมองเขา ไม่พูดอะไร
จู้จิ่งเหิงยิ้มประจบ “ผมโตมาในชนบท ไม่เคยเห็นโลกกว้าง ผมรับรองว่าจะไม่ก่อเรื่อง หวังว่าประธานเซินจะให้โอกาสผมสักครั้งครับ”
“แน่นอนครับ ผมจะใส่ซองร่วมงานให้ด้วย”
เซินว่างคิดอยู่ครู่หนึ่ง คิดว่าอีกฝ่ายคงไม่กล้าหรอก
เขาลุกขึ้นจัดสูทให้เรียบร้อย “เดี๋ยวฉันจะให้คนส่งบัตรเชิญไปให้ ขอพูดไว้ก่อนนะ ถ้าคุณกล้าเล่นตุกติกอยู่ลับหลัง คุณก็รู้ดีว่าจะเจอกับอะไร”
พูดจบเขาก็ลุกเดินออกไป
จู้จิ่งเหิงมองแผ่นหลังที่เดินจากไป ก่อนจะค่อย ๆ ยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง
ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด...
โทรศัพท์มือถือดังขึ้น เป็นสายจากภรรยาของเขา
ทันทีที่กดรับ เสียงร้องไห้ของผู้หญิงก็ดังออกมาจากโทรศัพท์ “คุณต้องช่วยทวงความยุติธรรมให้ลูกสาวนะ... เธอยังเด็กอยู่เลย...”
จู้หลิงหลิงเติบโตมาอย่างถูกเลี้ยงดูตามใจ จู้จิ่งเหิงรักและดีกับเธอจริง แต่การใช้เธอแลกผลประโยชน์ก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน
