นอกลิฟต์ ผีหัวล้านที่ถือมีดพร้าวิ่งไล่ตามผีตัวจิ๋วอีกตนหนึ่งเหลือบมองหนานจือ ก่อนจะเบือนสายตากลับไปอย่างดูแคลน
ฮึ! เจ้าเศษสวะนี่มองเห็นตัวเองได้ด้วยหรือ?
หนานจือกลั้นลมหายใจไว้ เดินออกจากลิฟต์พลางสบถในใจ มองผีหัวล้านที่เดินอาด ๆ ผ่านหน้าไปอย่างไม่เกรงกลัวแล้วแค่นเสียงเย็นชา
ให้ตายสิ! จิงเชิงมีแม่ทัพผีเกลื่อนเมืองเลยหรือไง?
ยมโลกทำงานกันยังไงเนี่ย?!
ยังกล้ามาดูถูกเธออีกเหรอ? ตัวอะไรของมัน!
หนานจือกัดฟันกรอดจนแทบหัก ถ้าหม่านหมิงจูไม่อยู่ข้าง ๆ เธอคงอัดผีหัวโล้นนั่นไปแล้ว!
ถ้าไม่ซ้อมมันจนผมร่วงเกลื่อนพื้น ก็อย่ามาเรียกเธอว่าหนานจือ!
หนานซีมองตามสายตาของหนานจือไป แต่กลับเห็นเพียงความว่างเปล่า จึงรู้ทันทีว่าตัวเองพลาดอะไรไป เธอเบะปากอย่างน้อยใจ “พี่คะ หนูก็อยากเห็นบ้าง~”
หนานจือถอนหายใจยาว “ไม่มีอะไรให้ดูหรอก หน้าตาน่าเกลียดจะตาย”
หนานซีเบะปากอย่างไม่เชื่อ พี่สาวหลอกกันชัด ๆ
หนานหย่าเห็นหนานจือหันกลับมาด้วยท่าทางขุ่นเคือง จึงแอบเหลือบมองไปทางนั้นอย่างแนบเนียน แววตาฉายความกังวล ห้างนี้มีผีด้วยหรือ?
หนานหย่าเขย่าโทรศัพท์ในมือให้หม่านหมิงจูดู “แม่คะ พาน้องไปเดินดูก่อนนะคะ หนูขอโทรศัพท์สักสาย”
หม่านหมิงจูยิ้มพลางพยักหน้า “ไปเถอะ อย่าคุยนานนัก แล้วกลับมาช่วยเลือกด้วยนะ”
“ค่ะ”
หนานจือมองหนานหย่าที่หันหลังเดินจากไป แล้วเหลือบมองมุมที่ผีหัวล้านหายไปเมื่อครู่ ก่อนจะเบือนสายตากลับมาอย่างไม่เข้าใจ แค่ผีตนเดียวเอง ทำไมพี่สาวต้องตื่นเต้นขนาดนั้นด้วย?
หม่านหมิงจูจูงมือหนานจือเดินเข้าไปในร้านข้าง ๆ แล้วนั่งลงบนโซฟา ก่อนจะชี้ไปยังเสื้อผ้าที่เรียงรายเป็นแถว “อาจือ เลือกดูสิ”
