ฉินเฟิงใช้เวลาหลายวันจัดการพันธนาการชาวเกาะกลุ่มนั้นทั้งหมด
พอกลับประเทศ พวกเขาก็จะกลายเป็นจุดเคลื่อนย้ายของเขา
ส่วนหมอหยินหยางคนนั้น เขาตั้งใจจะเก็บไว้ข้างกายอีกสักพัก จะได้สะดวกต่อการทำความเข้าใจสถานการณ์บนเกาะ
ช่วงสองสามวันนี้ ข่าวต่างประเทศคึกคักไม่น้อย
หลังจากตรวจสอบแล้ว ประเทศเกาะก็พบว่าขีปนาวุธมาจากหมีขาว
พวกเขาจึงออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรง
แต่หมีขาวไม่แม้แต่จะชายตามองประเทศเกาะ
ภายในประเทศกลับกำลังโต้เถียงกันเอง
“พวกแกนี่มันบ้าจริง ๆ ใครใช้ให้เอาอาวุธไปขายให้ประเทศเกาะ?”
“ท่านนายพล ผมรับรองได้ว่าผมไม่ได้ขายให้ทางนั้นครับ”
“ถูกต้อง ผมก็ไม่ได้ขาย”
คนหนึ่งกล่าวว่า “ต้องเป็นพ่อค้าคนกลางเอาไปขายต่อแน่ ๆ รู้อย่างนี้ว่ามันจะระเบิดบนเกาะ ผมเปลี่ยนหัวรบให้เป็นหัวรบนิวเคลียร์ไปเลยดีกว่า คงสนุกกว่านี้เยอะ”
“ฮ่า ๆ ผมว่าความคิดนี้ไม่เลวเลย”
......
เด็กสาวฝาแฝดคู่หนึ่งเดินอยู่บนถนน ทั้งคู่เห็นอะไรก็รู้สึกแปลกใหม่ไปหมด
“พี่คะ ทำไมพวกเขาถึงมองพวกเรา?”
ขณะพูด เด็กสาวก็ก้มมองตัวเอง เสื้อผ้าที่สวมอยู่ก็ไม่มีปัญหา ดูไม่ต่างจากคนอื่น ๆ บนถนนเท่าไรนัก
เด็กสาวอีกคนพูดเสียงเบาว่า “อย่าไปมองพวกเขา รีบไปกันเถอะ ไม่อย่างนั้นถ้าเจอคนไม่ดีจะยุ่งเอา”
“อื้อ ๆ”
ครู่ต่อมา เด็กสาวก็ถามขึ้นอีกว่า “แล้วพวกเราจะไปไหนกันล่ะ?”
“อืม ขอพี่คิดก่อน”
เด็กสาวยกนิ้วแตะริมฝีปาก ครุ่นคิดว่าจะไปที่ไหนดี
แต่เธอไม่รู้เลยว่าท่าทางกับสีหน้าเช่นนั้นชวนให้คนใจเต้นมากเพียงใด เสียงร้องด้วยความตกใจดังมาจากบนถนน ทั้งเสียงคนล้มและเสียงรถชนกัน
