ฉินเฟิงง่วนอยู่จนถึงค่ำ วางกับดักไว้ 5 จุด พอใจแล้วจึงกลับเข้าบ้าน
พื้นดินมีหิมะปกคลุมเป็นชั้นแล้ว
เขายึดประตูให้แน่น เติมฟืนเข้าไปเล็กน้อย ก่อนเข้าไปในกระท่อมไม้ในมิติฟาร์ม หยิบขาแกะออกมาขาหนึ่ง แล้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เปิดขวดเหล้ารินใส่จอก
เขาดื่มอึกใหญ่ ก่อนจะถือขาแกะขึ้นแทะ
ฉินเฟิงพบว่าจิตใจของตนแข็งกระด้างขึ้นแล้ว
คราวนี้แม้เขาจะไม่ได้ลงมือจัดการคนทั้งสามด้วยตัวเอง แต่ในใจก็ไม่ได้รู้สึกสงสารแม้แต่น้อย
ราวกับกำลังเชือดไก่
“ฮะ นี่แหละลูกผู้ชาย กินเนื้อคำโต ดื่มเหล้าอึกใหญ่ ใช้ชีวิตให้สะใจ!”
พอนึกถึงการใช้ชีวิตอย่างสะใจ คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน
ที่เมืองหลวงมีศัตรูอยู่คนหนึ่งจริง ๆ
หลี่จื้อหัว หัวหน้าสำนักงานเขตถนนหลิ่วเซี่ยง
เขายังเป็นหัวหน้าสำนักงานเขตที่ดูแลบ้านของครอบครัวฉินเฟิงด้วย
ตามสถานการณ์แล้ว ครอบครัวของพวกเขาก็จัดอยู่ในฝ่ายแดง พ่อแม่ของเขาไม่น่าถูกส่งลงชนบท
โดยทั่วไปแล้ว คนที่ตกงานและมีลูกหลายคนต่างหากที่จะถูกจัดให้ลงชนบท
แต่ไอ้หมอนี่ดันหมายตาบ้านสี่ประสานของครอบครัวพวกเขา
พอพ่อแม่ของเขาปฏิเสธ อีกฝ่ายก็รายงานเรื่องขึ้นไปทันที ทั้งยังยัดข้อหาทางความคิดให้สารพัด แล้วส่งพวกเขาลงชนบท
ถึงจะถูกเนรเทศ ก็ไม่น่าถูกส่งจากเมืองหลวงมาไกลถึงที่นี่
เห็นชัดว่าอีกฝ่ายไม่คิดจะให้ครอบครัวพวกเขามีทางรอด
“ไอ้แก่ รอข้ากลับเมืองหลวงก่อนเถอะ จะส่งแกทั้งครอบครัวลงไปอยู่พร้อมหน้ากันเอง!”
ฉินเฟิงกัดเนื้อแกะคำใหญ่
ในเมื่อรับช่วงร่างกายของเจ้าของเดิมมาแล้ว เรื่องแค้นเรื่องบุญคุณก็ต้องรับช่วงมาด้วย
ส่วนจะเป็นการหาเหตุผลเพื่อฆ่าคนหรือไม่ เขาย่อมไม่มีทางยอมรับแน่นอน
