เฝิงหนิงได้กลิ่นหอมของเนื้อก็ได้สติ พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ก็รู้สึกอับอายเหลือเกิน
เธอหลบอยู่ใต้ผ้าห่มแล้วสวมเสื้อผ้า พอลงจากเตียง ขาทั้งสองก็อ่อนยวบขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ฉินเฟิงมองเธอด้วยความเป็นห่วง “ให้ฉันพยุงไหม”
เฝิงหนิงพยักหน้าอย่างเขินอาย
ฉินเฟิงเห็นดังนั้นจึงเดินเข้าไปโอบเอว พยุงเธอไปนั่งข้างกองไฟ
“นี่เป็นแพะภูเขาที่ฉันจับได้ก่อนหน้านี้ ปกติฉันยังไม่ค่อยกล้ากินเลย”
พอได้ยินเช่นนั้น เฝิงหนิงก็รู้สึกหวานซึ้งขึ้นมาในใจ แต่แล้วก็รู้สึกกระดากจนไม่รู้จะเอ่ยปากอย่างไร
“ฉันอยากออกไปข้างนอกหน่อย”
“ได้สิ ฉันไปเป็นเพื่อน”
“อืม”
ฉินเฟิงเปิดประตูออกไป ด้านนอกยังคงมีหิมะตกหนัก พอก้าวออกไปข้างหนึ่งก็จมลงไปทันที
“ดูท่าหิมะคงยังไม่หยุดง่าย ๆ เธออยู่ที่นี่ไปก่อนเถอะ ยังไงป่าไม้ก็ไม่รู้หรอกว่าเธอออกมาตอนไหน รอหิมะหยุดแล้วค่อยกลับ”
เฝิงหนิงทำหน้ากังวล “ทางฐานที่มั่นคงอยู่ได้แค่ 5 วัน หวังว่าหิมะจะไม่ตกนานเกินไป”
พูดจบเธอก็เดินไปจัดการธุระส่วนตัวข้าง ๆ
“ห้ามแอบดูนะ”
“เมื่อคืนฉันเห็นครบหมดแล้ว”
“ห้ามพูดนะ”
ฉินเฟิงแกล้งหยอกเธอเล็กน้อย ก่อนจะหันหลังให้และไม่มอง
พอเสร็จธุระ ทั้งคู่ก็กลับเข้าไปในกระท่อม
พอมีคนนอกอยู่ด้วย เขาก็เข้าไปล้างหน้าในฟาร์มไม่ได้ จึงหยิบอ่างเหล็กในกระท่อมมาตักน้ำหนึ่งอ่างแล้ววางไว้ข้างกองไฟ
เฝิงหนิงกินขาแพะไปพลางชมไม่ขาดปาก “อร่อยมากเลย”
“ชอบก็กินอีกเยอะ ๆ”
ฉินเฟิงเองก็กินคำโต ๆ “ทำไมเธอไม่ชวนใครมาเป็นเพื่อนอีกสักคนล่ะ”
