ฉินเฟิงมองอีกฝ่ายเดินจากไปไกล รู้ว่าเขาเองก็เป็นคนปากแข็งใจอ่อน
ก้มลงมองแผนที่ ก่อนกลับไปนั่งบนเก้าอี้แล้วเริ่มศึกษา
เพราะเคยได้รับบทเรียนมาก่อน จึงไม่กล้าประมาทอีก คอยสังเกตความเคลื่อนไหวรอบตัวอย่างเงียบ ๆ
พอศึกษาแผนที่จนทั่ว ก็พบว่าจำมันได้ขึ้นใจแล้ว
“เอ๊ะ ไม่คิดเลยว่าหลังทะลุมิติมา ความจำจะดีขึ้นด้วย”
ฉินเฟิงเก็บแผนที่ ลุกขึ้นมองไปทางทิศตะวันตก แสงอาทิตย์ยามเย็นย้อมท้องฟ้าครึ่งหนึ่งเป็นสีแดง ภาพงดงามตรงหน้าทำให้เขาลืมคิดอะไรไปชั่วขณะ
จนกระทั่งดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปหมด เขาถึงได้สติกลับมา
“สวยจริง ๆ”
เขามองไปทางตะวันตกอีกครั้ง ก่อนยกเก้าอี้กลับเข้าบ้าน
สถานีป่าไม้เป็นหน่วยงานของทางการ แต่เขาไม่เคยติดต่อกับคนที่นั่นมาก่อน หน่วยงานประเภทนี้อยู่ภายใต้การดูแลโดยตรงของมณฑล
ทางการระดับอำเภอจึงสั่งการพวกเขาไม่ได้
ที่ต้าซานเตือนเมื่อครู่ก็เพราะหวังดี หากถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนลักลอบตัดไม้ บางทีอีกฝ่ายอาจยิงเขาจริง ๆ ก็ได้
หลังมื้อเย็น ไม่มีอะไรทำจริง ๆ เขาจึงจัดประตูหน้าต่างให้แน่นหนา แล้วนอนหลับตาพักผ่อนบนเตียง
เสียงคำรามของสัตว์ป่าในภูเขาดังขึ้นเป็นระยะ
ราวกับพวกมันกำลังประชุมกัน ไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
คืนนั้นไม่รู้ว่าเขาสะดุ้งตื่นไปกี่ครั้ง
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉินเฟิงตื่นขึ้นมาเดินวนรอบบ้านหนึ่งรอบ ไม่เห็นมูลสัตว์ขนาดใหญ่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ดูท่าที่ต้าซานพูดจะเป็นเรื่องจริง แถวนี้แทบไม่มีสัตว์ใหญ่ปรากฏตัว
กระรอกตัวเล็กปีนขึ้นไปบนหลังคาไม้ จ้องมองเขาอย่างสงสัย
ฝูงนกตัวน้อยลงไปคุ้ยเขี่ยแปลงดินที่ถางไว้ไม่ไกลนัก คอยหาเมล็ดพืชกับแมลงตัวเล็ก ๆ
ฉินเฟิงยืดเส้นยืดสายอยู่ข้างนอก ก่อนหันกลับเข้าบ้าน
