พอเฉินจื้อซินได้ยินคำพูดนั้น ก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังพุ่งเป้ามาที่ตน
หลี่จวิ้นเฟิงพูดจบก็ยกถ้วยชาขึ้นจิบ
“ผมได้ยินมาว่ามีพนักงานจัดซื้อคนหนึ่งถึงกับกล้าขัดคำสั่งหัวหน้า นี่มันพฤติกรรมแบบไหนกัน? ยังไม่ต้องพูดถึงว่าถูกหรือผิด แค่ท่าทีแบบนี้ก็มีปัญหามากแล้ว
ถ้าได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ก็ร้องเรียนตามขั้นตอนปกติได้ แต่การทำให้หัวหน้าต้องขายหน้าแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ!”
ทุกคนอดหันไปมองตู้เซี่ยงเป่ยกับเฉินจื้อซิน รองผู้อำนวยการโรงงานที่นั่งอยู่บนเวทีไม่ได้
อวี๋จี้หยางขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาย่อมรู้เรื่องก่อนหน้านี้ระหว่างฉินเฟิงกับรองหัวหน้าแผนกจัดซื้อ ทั้งยังรู้ด้วยว่าเป็นฝีมือของลูกชายหลี่จวิ้นเฟิง
จู่ ๆ ก็เปิดฉากโจมตีกันต่อหน้าทุกคน ดูท่าจะมาไม่ดีแน่
หลี่จวิ้นเฟิงเคาะโต๊ะเบา ๆ “ให้แจ้งตำหนิสหายคนนี้ต่อสาธารณะ เพื่อแก้ไขความคิดที่คลาดเคลื่อน ให้ไปฝึกงานที่แผนกผลิตเป็นเวลา 3 เดือน หากทำได้ดีก็ค่อยย้ายกลับไปแผนกจัดซื้อ”
“แค่ก ๆ”
เฉินจื้อซินกระแอมหนึ่งที “ผู้อำนวยการหลี่ ตั้งแต่สหายฉินเฟิงมาทำงาน เขาก็ทำได้ดีมาก คนเดียวทำงานได้เท่ากับสหายแผนกจัดซื้อ 5-6 คนรวมกัน
เรื่องก่อนหน้านี้ ผมได้ยินว่าเจี้ยนเย่กับเขาเข้าใจผิดกันบางอย่าง ไม่สู้กลับไปถามให้ชัดเจนก่อนหรือครับ?”
เมื่อคนด้านล่างเห็นรองผู้อำนวยการโรงงานพูดขึ้นมาเอง ต่างก็พากันก้มหน้าจดบันทึก
รองผู้อำนวยการโรงงานอีกสองสามคนยังคงนั่งจิบชา ทำราวกับเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน
หลี่จวิ้นเฟิงตบโต๊ะดังปัง “รองผู้อำนวยการเฉิน ก่อนมาผมถามเรื่องนี้มาแล้ว ไม่มีเรื่องแบบนั้นสักหน่อย
