ฉินเฟิงหยิบถ้วยไม้ไผ่มารินน้ำร้อนให้ทุกคน “หนาวจนตัวแข็งกันแล้วสินะ ดื่มน้ำสักถ้วยให้อุ่นขึ้นก่อน”
เฝิงหนิงรับถ้วยมา “เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นทางนี้หรือ?”
หลิวชุนเยี่ยนก็มองเขา “ใช่สิ ยังได้ยินเสียงปืนกลด้วย”
“เมื่อกี้มีสองกลุ่มยิงปะทะกัน พวกนั้นสวมเสื้อขนสัตว์กันหมด ทำเอาฉันไม่กล้าออกไปเลย พวกเขายิงกันพลางวิ่งหนีไปไกลแล้ว”
หวังเสวี่ยเหมยมองทุกคน “จะเป็นโจรภูเขาหรือเปล่า?”
เฝิงหนิงคาดเดา “ฉันว่าเป็นพวกนายพรานมากกว่า คงหมายตาของของคนอื่น ถึงได้ปะทะกัน”
ฉินเฟิงพยักหน้า “น่าจะใช่ พวกหนึ่งไล่ตามไปพลางตะโกนให้คนข้างหน้าโยนของทิ้งด้วย”
“นายพรานพวกนี้ ล่าสัตว์ดี ๆ ไม่ได้หรือไง ยังจะไปทำเรื่องแบบนั้นอีก”
เสิ่นลี่หัวลอบมองฉินเฟิงอยู่เงียบ ๆ
“พวกเธอคงหิวแล้วสินะ ฉันไปอุ่นข้าวให้”
เฝิงหนิงรีบโบกมือ “ไม่ต้องหรอก พักสักหน่อยพวกเราก็กลับแล้ว เสบียงของนายก็มีไม่มาก เก็บไว้กินเองเถอะ”
คนอื่น ๆ ก็พากันพูดขึ้นมา
“ใช่ พวกเราไม่หิว พักสักเดี๋ยวก็กลับแล้ว”
“จะได้ยังไง พวกเธอเดินทางมาตั้งไกล อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว”
ฉินเฟิงนำขาขาหมูป่าที่เตรียมไว้ก่อนหน้านี้ไปย่างบนกองไฟ หยิบเกลือมาโรยไปพลางพลิกย่างไปพลาง
“เมื่อไม่กี่วันก่อนฉันล่ากวางชะมดมาได้ตัวหนึ่ง ย่างขากินกันเถอะ”
ทุกคนมองขากวางชะมดแล้วอดกลืนน้ำลายไม่ได้
ถึงสภาพความเป็นอยู่ทางโน้นจะดีกว่าหน่อย แต่พวกเธอก็ไม่ได้กินเนื้อกันบ่อย ๆ
หวังเสวี่ยเหมยกับคนอื่น ๆ มองเฝิงหนิง “นี่...”
“ในเมื่อฉินเฟิงเริ่มทำแล้ว พวกเราก็กินกันสักหน่อยค่อยกลับเถอะ”
