ฉินเฟิงกลับมาใช้ชีวิตตามลำพังอีกครั้ง
แต่ทุกวันมีเรื่องให้ทำเพิ่มขึ้นมาอย่างหนึ่ง นั่นคือฝึกหมัดในมิติฟาร์ม
ด้วยร่างกายที่แข็งแกร่ง แถมตอนนี้ยังมีวิชาติดตัว ทำให้เขามั่นใจขึ้นมากว่าจะเอาชีวิตรอดในภูเขาใหญ่ได้
แม้จะได้รับความทรงจำมาแล้ว แต่ฝีมือยังต้องฝึกฝน จนกว่าจะเกิดความจำของกล้ามเนื้อ ถึงจะนับเป็นของเขาอย่างแท้จริง
เช่นเดียวกับวิชาใช้อาวุธปืน แม้จะมีความทรงจำและประสบการณ์จริงอยู่แล้ว แต่ร่างกายนี้ยังไม่มี ต้องฝึกฝนอีกถึงจะถ่ายทอดมาเป็นของเขาได้อย่างสมบูรณ์
เขาขีดเพิ่มอีกหนึ่งขีดบนตัวอักษร “正” ที่ขีดไว้บนท่อนไม้
“เฮ้อ ผู้หญิงคนนั้นไปตั้งเดือนแล้ว ไม่รู้จักแวะมาดูฉันบ้างเลย”
จากนั้นก็ยิ้มพลางส่ายหน้า
แค่ไม่แจ้งความจับเขาก็ดีถมไปแล้ว
ถ้าเฝิงหนิงกลับมาอีก คราวนี้พวกเขาคงได้สานสัมพันธ์กันต่อ
ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่กล้าไปหาเธอแน่
เขายกถ้วยชาขึ้นจิบ
“ใกล้จะปี 1979 แล้ว ไม่รู้ว่าปีใหม่นี้ระบบจะให้อะไรมา”
เขารู้สึกว่าระบบของตัวเองไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไร
“ปัง~”
พอได้ยินเสียงปืนดังมาจากข้างนอก เขาก็รีบไปชะโงกดูตรงหน้าต่าง
“ปัง~”
เสียงดังขึ้นอีกนัด แถมยังอยู่ใกล้มาก
เขาเห็นคนสองคนวิ่งอยู่ไกล ๆ ดูท่าจะมีอะไรบางอย่างไล่ตามพวกเขามา
พอเห็นทั้งคู่มุ่งหน้ามาทางกระท่อมไม้ เขาก็รีบเปิดประตู เก็บข้าวของในบ้าน แล้วเปิดแผ่นไม้กระโดดลงไปข้างล่าง ใช้ท่อนไม้ค้ำไว้
“ปัง ปัง~”
ฉินเฟิงได้ยินเสียงปืนจากข้างนอก ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าพวกเขาเจอกับอะไรเข้า
“หรือว่าจะเจอฝูงหมาป่า?”
แต่เขาไม่ได้ยินเสียงหมาป่าหอน และก็ไม่มีเสียงร้องของสัตว์ชนิดอื่นด้วย
