ฉินเฟิงจุดธูปสองสามดอกในโถงใหญ่
เดิมทีเขาคิดจะรื้อที่นี่ทิ้งเสียเลย
ไม้บางส่วนยังใช้ได้ดีอยู่
แต่พอเห็นรูปปั้นเทพเหล่านี้ เขาก็เปลี่ยนใจ
เขาเองก็ข้ามมิติมาเกิดใหม่ หากเผลอล่วงเกินคนเหล่านี้เข้าคงยุ่งแน่
เขาจึงจุดธูปอย่างจริงใจ
“ท่านนักพรตทั้งหลาย ข้าน้อยช่วยพวกท่านชำระสำนักแล้ว อย่ามาหาเรื่องข้าเลยนะ ต่อจากนี้ที่นี่ก็ฝากพวกท่านดูแลกันเองแล้วกัน”
พูดจบก็หันหลังเดินจากไป
ตอนนั้นฟ้ายังไม่สาง เขาเดินย้อนกลับไปตามทางเดิม
เพิ่งออกจากหุบเขา เขาก็ชะงักฝีเท้า
“ไม่ถูกสิ ยังมีอีก 3 คนที่ออกท่องยุทธภพอยู่ข้างนอก ไม่แน่ว่าต่อไปอาจกลับมาอีก”
เขาลูบคางแล้วตัดสินใจทิ้งกระดาษไว้สักแผ่น ให้พวกนั้นมาหาเขาเองถึงจะได้เรื่อง
“จะวางไว้ตรงไหนดีนะ?”
เขาไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นจะกลับมาเมื่อไร หรือบางคนอาจตายอยู่ข้างนอกไปแล้วก็ได้
เขาจึงหันหลังวิ่งกลับไป
จากนั้นเลียนลายมือของนายทหารญี่ปุ่น เขียนจดหมายฉบับหนึ่งทิ้งไว้
เนื้อความคือให้ทุกคนออกไปท่องยุทธภพ ตั้งหลักปักฐานตามที่ต่าง ๆ เพื่อสร้างกิจการใหญ่โต
แล้วเขาก็ทิ้งข่าวว่าตนกำลังมุ่งหน้าไปเมืองหลวง ให้คนเหล่านั้นกลับมาแล้วไปเบิกค่าใช้จ่ายที่เมืองหลวง
เขายังทิ้งเครื่องหมายลับไว้ด้วย
ฉินเฟิงตรวจดูหลายรอบ พลางนึกถึงนิสัยของนายทหารญี่ปุ่น ก่อนจะแสร้งทำเป็นเผลอทิ้งรอยหมึกไว้ตรงมุมหนึ่ง
“สมบูรณ์แบบ!”
เขาวางของไว้ในมุมลับตาแห่งหนึ่งของห้องนายทหารญี่ปุ่น พลางยิ้มเจ้าเล่ห์
คนเหล่านั้นต้องหาเจอแน่
ทำทุกอย่างเสร็จแล้ว เขาก็เริ่มเดินทางกลับ
ส่วนคนเหล่านั้นจะคิดอย่างไรเมื่อกลับมาเห็นอารามถูกขนของออกไปแทบหมดแล้ว เขาไม่สนใจ
