เฉียนหลิงยืนอยู่ในห้องทำงานของเลิ่งเยว่หนิง มือประคองลูกไฟเล็ก ๆ ไว้
“ฮิ ๆ อิจฉาหรือเปล่า?”
เลิ่งเยว่หนิงยกมือชี้ ลูกบอลน้ำลูกหนึ่งพุ่งเข้าใส่จนลูกไฟดับวูบ
“มีอะไรให้น่าภูมิใจกัน”
เฉียนหลิงเห็นดังนั้นก็กลอกตาไปมา ก่อนทำสีหน้าเขินอาย “พี่เฟิงนี่ร้ายจริง ๆ รู้ว่าฉันร้อนแรงดั่งเปลวไฟ ถึงสอนวิชาลูกไฟให้ฉัน แบบนี้กำลังบอกใบ้อะไรอยู่หรือเปล่า?”
เลิ่งเยว่หนิงมองนาง อยากตบส่งออกไปให้พ้น ๆ
“ฮึ ฉินเฟิงสอนวิชาให้เธอ ไม่ใช่ให้เอามาอวดเล่น แต่เอาไว้ป้องกันตัวต่างหาก”
“โธ่ พี่เฟิงยังไม่กล้าดุฉันเลย อ่อนโยนกับฉันจะตาย”
“ไสหัวไป!”
“คิก ๆ ๆ โกรธอีกแล้ว ดีใจจัง” เฉียนหลิงพูดจบก็ส่งจูบให้ “คราวหน้าฉันมา ลูกบอลน้ำของเธอต้องทำอะไรฉันไม่ได้แน่”
ฉินเฟิงนอนตะแคงอยู่บนเก้าอี้ในห้องหนังสือ หลับตาพักผ่อน แต่ความจริงกำลังต่อสู้อยู่ในโลกเสมือน
คู่ต่อสู้ยังคงเป็นนักสู้เผ่ามนุษย์ผู้มีเจตจำนงหมัดคนนั้น
เขาใช้ “ตราประทับพลิกฟ้า” โจมตีอีกฝ่ายจนพ่ายแพ้ จากนั้นสัมผัสได้ว่าพลังเวทในตันเถียนยังเหลืออยู่อีกกว่าครึ่ง จึงพอใจแล้วออกจากสนามรบ
“ไม่เลว หลังจากต่อสู้มาพักหนึ่งก็แข็งแกร่งขึ้นอีกนิด”
“นายท่าน ข่าวจากประเทศเกาะรายงานว่าเกิดความปั่นป่วนของสนามแม่เหล็กในประเทศโสมแดง จึงระงับเที่ยวบินทั้งหมดแล้วค่ะ”
ฉินเฟิงชะงัก ก่อนลุกขึ้นนั่ง “เปิดข่าวให้ดูหน่อย เป็นข่าววันไหน?”
“เพิ่งรายงานเมื่อกี้ค่ะ ตอนนี้ประเทศเกาะยังอยู่ในความวุ่นวาย พวกเขาเลยรายงานข่าวเรื่องสนามแม่เหล็กปั่นป่วนในประเทศโสมแดงเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ ตอนนี้ข่าวทางนั้นกำลังเป็นกระแสเลยค่ะ”
