ฉินเฟิงได้ยินดังนั้นก็โบกมือ “ผมไม่เอาหรอก เอาทรัพยากรไปให้คนอื่นก็พอ”
เขาจะต้องใช้ของพวกนี้ไปทำไม แค่ปล่อยให้มีชีวิตอยู่ดี ๆ ก็พัฒนาขึ้นได้เรื่อย ๆ แล้ว
แต่เรื่องนี้พูดออกไปไม่ได้
เมื่อทุกคนได้ยินเขาปฏิเสธ ต่างก็ไม่ค่อยเข้าใจ การแข็งแกร่งขึ้นมันไม่ดีหรืออย่างไร?
ฟางฉี่เซียวรีบกล่าว “คุณฉิน คุณเป็นเสาหลักของพวกเรา ยิ่งคุณแข็งแกร่งขึ้น โอกาสของพวกเราก็ยิ่งมีมากขึ้น”
“ผมคงไม่ถึงกับเป็นเสาหลักหรอก ถ้าจะพูดถึงเสาหลัก ก็คงเป็นเหล่าผู้กล้ารุ่นก่อนกับ...”
“นี่ต่างหากคือแก่นแท้ที่หลอมรวมชนชาติของเราเข้าด้วยกัน”
เมื่อได้ยินคำพูดของฉินเฟิง ผู้สูงวัยบางคนก็เผยสีหน้าซาบซึ้งใจ
บางคนอดไม่ได้ที่จะหวนคิดถึงเรื่องราวในอดีต
ฉินเฟิงมองทุกคน “พลังของคนคนเดียวย่อมมีขีดจำกัด ประเทศของเราพัฒนาและเติบโตได้ ไม่เคยอาศัยพลังของคนเพียงคนเดียว แต่เป็นเพราะทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน”
“พูดได้ดี!”
“พวกเราเคยเผชิญวิกฤตมานับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งก็ร่วมมือกันเอาชนะศัตรูได้ เชื่อว่าในอนาคตก็ทำได้เหมือนกัน!”
“ใช่ พวกเราไม่หวั่นต่อความท้าทาย เชื่อว่าอีกไม่นานจะกลับมาผงาดได้อีกครั้ง!”
อารมณ์ของทุกคนพลุ่งพล่านขึ้น ความสับสนที่มีต่อสิ่งไม่รู้ก่อนหน้านี้พลันหายไป แทนที่ด้วยขวัญกำลังใจอันแรงกล้า
ฉินเฟิงวางกระเป๋าที่นำมาลงบนโต๊ะ
“นี่เป็นของที่ขอจากอาจารย์จอมขี้เหนียวของผม ข้างในมีของวิเศษพลังทำลายล้างสูงแบบเดียวกับที่ผมใช้ครั้งก่อน 10 ชิ้น แล้วยังมีของวิเศษระดับเอสเอสอีก 20 ชิ้น กับระดับเอสอีก 50 ชิ้น”
พูดจบเขาก็เปิดกระเป๋า หยิบถุงผ้าออกมา 3 ใบ
ผู้คนในห้องทำงานต่างพากันกลั้นหายใจ
