ฉินเฟิงเห็นภาพงดงามที่เผยออกมาตอนหยางลั่วโน้มตัวลง
คราวนี้ถึงสังเกตว่ากระดุมเสื้อเชิ้ตของอีกฝ่ายถูกปลดออกหลายเม็ด
หยางลั่วคล้ายจงใจให้อีกฝ่ายมองเห็นชัดขึ้น ไม่รีบร้อนลุกขึ้น ยังคงยืนโน้มตัวอยู่ตรงนั้น
ฉินเฟิงยิ้ม พลางหยิบคูปองสินค้าอุตสาหกรรมปึกหนึ่งออกมา “นี่ให้เธอ ฉันเองก็ไม่ได้ใช้”
หยางลั่วเห็นคูปองสินค้าอุตสาหกรรมปึกนั้น ดวงตาก็เป็นประกาย พลางพูดอย่างเกรงใจว่า “หัวหน้าคะ ให้มาเยอะขนาดนี้เลยหรือคะ”
“เก็บไว้กับฉันก็เสียเปล่า ให้เธอไปอาจได้ใช้ เอาไปเถอะ”
ฉินเฟิงวางคูปองลงบนมือเธอ
หยางลั่วทำหน้าเขินอาย ขยับเข้ามาใกล้เขาอีกนิด “ค่ะ คุณนี่ใจดีจริง ๆ”
ฉินเฟิงยิ้มแล้วบีบเนินอกที่หนานุ่มของเธอเบา ๆ “ตั้งใจทำงานล่ะ”
“คุณนี่ร้ายจริง~”
“ฮ่า ๆ ไม่แกล้งแล้ว ไปทำงานเถอะ”
“ค่ะ”
หยางลั่วเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้ทำอะไรต่อ ก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เธอขานรับแล้วหมุนตัวเดินออกไป
ฉินเฟิงยกมุมปากขึ้นนิด ๆ
ภายในห้องทำงานของภัตตาคารเยว่ปิน
เฉียนหลิงกำลังดูรายงาน
ชุ่ยจู๋ยืนอยู่ข้าง ๆ พูดอย่างตื่นเต้นว่า “ผู้จัดการคะ ช่วงสองสามวันนี้กิจการดีกว่าเมื่อก่อนเสียอีก
โต๊ะสำหรับสามวันข้างหน้าถูกจองหมดแล้ว ถ้าจะจองเพิ่มก็ต้องเริ่มตั้งแต่วันที่สี่เป็นต้นไปค่ะ”
เฉียนหลิงเองก็ดีใจ คิดไม่ถึงว่าแค่ความคิดง่าย ๆ ของชายคนนั้นจะทำให้กิจการภัตตาคารดีขึ้นได้มากขนาดนี้
ที่สำคัญคือเมื่อรู้ว่ามีลูกค้ามากี่โต๊ะในแต่ละวัน ก็จัดการเรื่องวัตถุดิบและเครื่องปรุงได้คล่องตัวขึ้น
ก่อนหน้านี้แม้กิจการภัตตาคารจะดี แต่ก็มีของเหลือทิ้งไม่น้อยในแต่ละวัน
