เฉียนหลิงยิ้มเอ่ยขึ้นว่า “หัวหน้าฉิน ฉันรอคุณมานานแล้วนะ”
ฉินเฟิงลุกขึ้นยิ้ม “ผู้จัดการเฉียนนึกถึงผมขนาดนี้ นับเป็นเกียรติจริง ๆ ครับ”
ลูกค้าในร้านต่างมองภาพตรงหน้าด้วยความสงสัย
หลิวชุนเยี่ยนกับคนอื่น ๆ ถึงกับงงไปหมด
เฉียนหลิงมองคนที่นั่งอยู่ข้างฉินเฟิง ก่อนบอกว่า “เสี่ยวชุ่ย เอาอาหารขึ้นชื่อของร้านมาเสิร์ฟโต๊ะนี้สักจาน คิดเงินฉันนะ”
“ได้ค่ะผู้จัดการ”
“หัวหน้าฉิน ไปนั่งคุยกันในห้องทำงานสักพักไหมคะ”
“ได้ครับ”
ฉินเฟิงตอบ ก่อนหันไปบอกว่า “พวกคุณกินกันไปก่อนนะ ผมมีธุระต้องจัดการนิดหน่อย”
“อ้อ”
หลิวชุนเยี่ยนรับคำ มองเขาเดินจากไปกับหญิงสาวสวยคนนั้น ในใจพลันรู้สึกวูบโหวง
แววตาของซ่งเจียเป็นประกายระยิบระยับ
หวังหมิงงุนงง “นี่...นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
หลิวหยางเองก็ไม่ต่างกัน
คนที่พวกเขาเคยมองว่าไร้ความสามารถ กลับมีเบื้องหลังใหญ่โตถึงเพียงนี้
พวกเขารู้ดีว่าร้านอาหารแห่งนี้โด่งดังแค่ไหน
เคยได้ยินเสียที่ไหนว่ามีคนส่งเหล้าส่งอาหารให้ฟรี?
ยิ่งไปกว่านั้น พนักงานเมื่อครู่ยังบอกด้วยว่า กฎของภัตตาคารคือถ้าเจ้าตัวมาเยือน จะมอบเหล้าดี ๆ ให้หนึ่งขวด
ตอนนี้หวังหมิงเริ่มหวาดหวั่นขึ้นมา
ถ้าอีกฝ่ายคิดแค้นเขาขึ้นมา...
พอคิดถึงตรงนี้ สีหน้าก็ซีดเผือด
ภายในห้องทำงานผู้จัดการชั้นสอง
เฉียนหลิงยิ้มเอ่ยว่า “ดูเหมือนหัวหน้าฉินจะไม่ค่อยเป็นที่ชอบใจของคนพวกนั้นนะคะ”
ฉินเฟิงส่ายหน้าอย่างจนใจ “บางคนสมองมีปัญหา ผมก็ไม่ใช่พ่อเขา จะให้ไปรับผิดชอบรักษาให้หายหรือครับ”
“ฮ่า ๆ”
เฉียนหลิงอดหัวเราะไม่ได้
