ฉินเฟิงได้ยินเสียงจากข้างนอก จึงครุ่นคิดว่าอีกฝ่ายมาทำอะไร ก่อนจะเดินออกไป
หลิวเจี๋ยถือของกลับเข้าบ้าน
“อ้าว หัวหน้าหลี่ สวัสดีครับ เชิญเข้ามาเร็วครับ”
หลี่จื้อหัวโบกมือทักคนอื่น ๆ ด้วยรอยยิ้ม แล้วเดินเข้าไปข้างใน
เขากวาดตามองห้อง ก่อนพยักหน้า “อืม ไม่เลวเลย สหายฉินเฟิง ยังมีอะไรที่ต้องการให้ช่วยจัดการเรื่องความเป็นอยู่ไหม?”
คนข้างนอกได้ยินคำพูดนี้ ก็ยิ่งคิดว่าฉินเฟิงต้องมีคนหนุนหลังอยู่มากแน่ ๆ
“หัวหน้าหลี่ ผมพอทนกับความเป็นอยู่ตอนนี้ได้ ไม่กล้าเรียกร้องอะไรหรอกครับ”
หลังจากหลี่จื้อหัวนั่งลง เขาก็โบกมือ “เฮ้อ การรับประกันความเป็นอยู่ของพวกคุณก็เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว ไม่ต้องเกรงใจหรอก มีอะไรก็บอกมาได้เลย”
ฉินเฟิงครุ่นคิดว่า หรือการแสดงของเขาจะทำให้อีกฝ่ายคิดว่าเขาไม่รู้เรื่องในบ้านกันนะ
เขาเผยสีหน้าเขินอาย “ผมไม่มีอะไรจริง ๆ ครับ ตอนนี้ก็ดีอยู่แล้ว”
“แล้วต่อไปจะใช้ชีวิตยังไงล่ะ ไม่คิดหางานทำหรือ?”
ฉินเฟิงเกาศีรษะ “อยากครับ แต่ผมทำอะไรไม่เป็นเลย”
“ทำไม่เป็นจะกลัวอะไร ก็เรียนรู้เอาสิ ตอนนี้สำนักงานเขตมีโควตาอยู่สองสามตำแหน่ง ตำแหน่งหนึ่งกวาดถนน เงินเดือนเดือนละ 10 หยวน อีกตำแหน่งไปทำงานในโรงงานรวม เงินเดือนสูงกว่านิดหน่อย”
หลี่จื้อหัวหยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบหนึ่งมวน “แน่นอนว่ายังมีงานดี ๆ อีกสองตำแหน่ง แต่คนจับตามองเยอะ จัดการยากหน่อย”
ฉินเฟิงเข้าใจแล้ว ขอแค่เขาบอกว่าอยากไปทำ อีกฝ่ายก็จะยกเรื่องบ้านของครอบครัวเขามาพูด
“ไม่ทราบว่าเป็นงานอะไรครับ?”
หลี่จื้อหัวสูดควันบุหรี่เข้าปอดลึก ๆ “งานหนึ่งเป็นคนขนของในคลังสินค้าสหกรณ์จัดซื้อและจำหน่าย งานไม่ยาก เงินเดือนเดือนละ 28 หยวน
