พอเถาจื่อเห็นหมาล่าทำเสร็จแล้ว ก็รีบคีบเนื้อมาลวกในหม้อ ก่อนจะกินอย่างเอร็ดอร่อย
“อื้ม อร่อยจัง พวกเธอก็กินเร็วเข้า”
“ไม่ต้องให้เธอบอกหรอก”
อิงเถากับผิงกั่วเองก็แทบรอไม่ไหวแล้ว
ฉินเฟิงเห็นทั้งสามกินราวกับอดอยากมานาน ก็รีบลงมือบ้าง ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวคงถูกกินจนเกลี้ยง
เถาจื่อตะโกนเรียก “เอาเนื้อแกะมาอีกสองชั่ง!”
“โห พวกเธอไม่ได้กินข้าวมากี่วันแล้วเนี่ย?”
“จะเป็นไปได้ยังไง ก็เห็นนายเลี้ยงทั้งที เลยช่วยกินให้สมกับน้ำใจไง”
“ใช่ นายคงไม่หวงหรอกใช่ไหม?”
ฉินเฟิงมองออกทันทีว่าพวกเธอเห็นเขาเป็นกระเป๋าเงินเดินได้
“วันนี้ฉันใจดี พวกเธอสั่งได้ตามสบาย”
ผิงกั่วยกนิ้วโป้งให้ “ใจกว้างจริง ๆ เดี๋ยวพวกเราพานายไปเดินเล่นในป่าแถวสวนสาธารณะ”
ฉินเฟิงชะงักไป เขายังไม่เข้าใจ จึงถามว่า “ไปทำอะไรในป่า?”
ลูกค้าจากโต๊ะอื่นพากันหัวเราะ
“ฮ่า ๆ พ่อหนุ่ม ไม่รู้จักไปเดินเล่นในป่าละเมาะหรือไง?”
“พ่อหนุ่มนี่โชคดีจริง ๆ มีสาว ๆ มาสนใจด้วย”
เถาจื่อตบโต๊ะดังปัง “หุบปากให้หมด! เกี่ยวอะไรกับพวกคุณด้วย?”
“นั่นสิ กินข้าวอยู่แท้ ๆ ยังหุบปากกันไม่ได้อีก”
“โห สาว ๆ สมัยนี้กล้าจริง ๆ ไม่อายกันบ้างเลย”
“ดูสิ ต่อไปใครจะมาแต่งงานด้วย”
ฉินเฟิงเห็นสามสาวเถียงกับลูกค้าคนอื่น ก็เริ่มปวดหัวขึ้นมา
“พอแล้ว ๆ กินข้าวกันเถอะ”
เขาไม่คิดเลยว่าทั้งสามจะใจกล้าขนาดนี้ ไม่สนใจชื่อเสียงกันสักนิด
ผิงกั่วทำหน้าขุ่นเคือง “เห็นแก่นายหรอกนะ ไม่อย่างนั้นฉันไม่ปล่อยพวกเขาไว้แน่”
