ในคฤหาสน์หลังหนึ่งที่ประเทศอเมริกา
หลี่เจี้ยนเย่จอดรถไว้ด้านนอกด้วยสีหน้าตื่นเต้น ก่อนรีบร้อนเดินเข้าไปในคฤหาสน์
“น้าครับ ผมเจอโอกาสทางธุรกิจครั้งใหญ่!”
ลู่ซือเหนียนนั่งอ่านเอกสารอยู่ในห้อง พอได้ยินหลานชายพูดก็วางเอกสารลง “โอกาสอะไรถึงทำให้ตื่นเต้นขนาดนี้”
หลี่เจี้ยนเย่เดินเข้าไปหาอย่างกระตือรือร้น “ตอนนี้ประเทศเกาะกำลังวุ่นวาย บริษัทจำนวนมากประกาศขายอสังหาริมทรัพย์ ราคาตกลงไปแล้ว 70 เปอร์เซ็นต์
ผมศึกษาตลาดที่นั่นมาแล้ว ถ้าไม่เกิดความวุ่นวายภายในขึ้นอย่างกะทันหัน ราคาบ้านที่นั่นต้องเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่าแน่ ถ้าเราเข้าซื้อบางส่วนตอนนี้ ยังไงก็ต้องทำกำไรมหาศาล!”
ลู่ซือเหนียนยกถ้วยชาขึ้นจิบ “คนอื่นจะคิดไม่ถึงเชียวหรือ เรื่องนี้เสี่ยงเกินไป”
“น้าครับ เพราะทุกคนระมัดระวังกันเกินไปต่างหาก ลองคิดดูสิครับ อเมริกามีกองทหารประจำการอยู่ที่นั่น จะปล่อยให้วุ่นวายต่อไปได้ยังไง”
ลู่ซือเหนียนเองก็เริ่มครุ่นคิด
เขารู้สถานการณ์ของประเทศเกาะดี และเคยมองว่าที่นั่นมีโอกาสเติบโต
ก่อนหน้านี้เขาอยากเข้าไปมีส่วนร่วม แต่ไม่มีทุนมากพอ หากในอนาคตความวุ่นวายสงบลง แล้วฉวยโอกาสซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้บ้าง ก็เป็นทางเลือกที่ไม่เลวจริง ๆ
หลี่เจี้ยนเย่เห็นน้าชายกำลังคิดและรู้ว่าอีกฝ่ายเริ่มคล้อยตาม จึงพูดต่อ “นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากมาก โตเกียวต้องเป็นพื้นที่แรก ๆ ที่กลับมามั่นคงแน่นอน”
ลู่ซือเหนียนครุ่นคิดอยู่นาน ก่อนจะส่ายหน้า “เรื่องนี้เสี่ยงเกินไป คงต้องรอดูไปก่อน”
ได้ยินว่ายังถูกปฏิเสธ หลี่เจี้ยนเย่ก็กัดฟันพูด “น้าครับ ผมอยากลองดู น้าช่วยค้ำประกันเงินกู้ให้ผมสักก้อนได้ไหม”
