ฟางผิงชิงเห็นหลี่เป่าชุ่ยตวาดใส่พี่สะใภ้ สีหน้าก็พลันไม่น่ามองขึ้นมา
“เป่าชุ่ย เรื่องของเราสองคนก็เป็นเรื่องของเราสองคน อย่าลากคนอื่นมาเกี่ยวด้วย เธอก็รู้สถานการณ์ทางบ้านฉันดี ตอนนี้พ่อแม่ฉันไม่ได้ทำงานกันแล้ว ไม่มีรายได้ คนทั้งบ้านต้องกินต้องใช้ เงินที่ฉันมีก็เหลือไม่มาก ไหนจะให้สินสอด ซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้เธอ แล้วยังต้องซื้อ นาฬิกาข้อมืออีกเรือน...”
ดวงตาของหลี่เป่าชุ่ยแดงก่ำ “เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็มีครบทั้งจักรยาน วิทยุ จักรเย็บผ้า แล้วฉันเรียกสินสอด 280 หยวน เสื้อผ้าใหม่หนึ่งชุดกับนาฬิกาข้อมือหนึ่งเรือน มันมากไปหรือไง? ฉันทำงานได้เงินปีละห้าร้อยกว่าหยวน ขอของพวกนี้มันมากไปหรือ?”
ในที่สุดย่าหลี่ก็เข้าใจเรื่องราวชัดเจน ถ้วยซุปในมือถูกฟาดลงบนโต๊ะทันที “แม่งเอ๊ย นี่มันหลอกแต่งงานชัด ๆ หลอกแต่งงานกันนี่หว่า!!!”
“กล้ามาหลอกแต่งงานถึงบ้านหลี่ แค่เอามือเปล่ามาหลอกเอาของก็แล้วไปเถอะ ยังจะให้เป่าชุ่ยของบ้านฉันแบกหนี้ก้อนโตอีก พวกแกทั้งบ้านนี่คิดคำนวณกันมาอย่างดีเลยนะ!”
พ่อฟางกล่าวว่า “คุณย่าฝั่งเจ้าสาว กรุณาระวังคำพูดด้วย อะไรคือหลอกแต่งงาน?”
แม่ฟางก็พูดขึ้นว่า “นั่นสิ ทุกอย่างตกลงกันได้ทั้งนั้น พวกคุณให้เราหาเงินหนึ่งพันหยวนไปซื้อบ้าน เราก็หาให้แล้วไม่ใช่หรือ?”
เส้นเลือดบนหน้าผากหลี่จินเฉียงปูดขึ้น เขาลุกพรวดแล้วคว่ำโต๊ะในคราวเดียว
เสียงโครมครามดังขึ้น จานชามบนโต๊ะตกแตกกระจายเกลื่อนพื้น พ่อแม่และพี่สะใภ้บ้านฟางกรีดร้องกันลั่น