หลี่เป่าชุ่ยยังอายุน้อย ไม่คิดคำนวณผลประโยชน์ ทั้งยังไม่รู้จักปกป้องผลประโยชน์ของตัวเอง ถึงขั้นคิดว่าบ้านฟางดูแลแม่ม่ายกับลูกกำพร้าได้ชื่อเสียงดี อย่างน้อยก็ดีกว่าแม่สามีใจร้ายที่คอยกลั่นแกล้งลูกสะใภ้
อีกอย่าง ฟางผิงชิงยังดูแลพี่สะใภ้กับหลานชาย มีความรับผิดชอบ แถมยังจัดการเรื่องเลี้ยงดูพ่อแม่ยามแก่ไว้เรียบร้อย นี่แสดงว่าเขารับผิดชอบต่อครอบครัวที่ให้กำเนิด เป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง
“แม่คะ ป้าสะใภ้ใหญ่คะ ที่ผิงชิงทำก็เพราะรับผิดชอบต่อครอบครัว มีความรับผิดชอบ แล้วเงินที่เขาใช้ก็เป็นเงินของเขาเอง จะเป็นอะไรไปล่ะคะ?
หนูคบกับเขาไม่ได้หวังเงินเดือนของเขาสักหน่อย หนูเองก็มีเงินเดือน ใช้พออยู่แล้วค่ะ”
จางหรงอิงหันไปมองหลี่เป่าชุ่ยวัย 22 ปี ใบหน้าของเธอยังมีแก้มยุ้ยแบบเด็กน้อยอยู่สองส่วน ดวงตาบริสุทธิ์สะอาด และเปี่ยมด้วยความจริงใจอย่างร้อนแรง
เธอที่ยังไม่ประสีประสาโลก เปรียบดั่งดอกลิลลีป่าบนภูเขา ไม่หลงใหลความหรูหรา ไม่ไล่ตามชื่อเสียงเงินทอง กล้าหาญพอจะปกป้องความรักอันบริสุทธิ์ของตัวเอง และตั้งใจจะเป็นภรรยาที่ดี เป็นแม่ที่ดี
เธอช่างแตกต่างจากหญิงสาวในชาติก่อนที่นั่งบนม้านั่งในสวนสาธารณะ จ้องมองไปไกลด้วยสีหน้าว่างเปล่า ถอนหายใจเบา ๆ เป็นครั้งคราว ก่อนเล่าเรื่องราวที่เผชิญมาให้ฟังอย่างหนักอึ้ง ทั้งตัวแผ่ความสิ้นหวังและเหนื่อยล้า