เพราะกินมื้อเช้าค่อนข้างสาย ลั่วเหย่กับรุ่นพี่นางฟ้าจึงได้กินมื้อกลางวันเอาตอนบ่าย
หลังจากกินเสร็จ ทั้งคู่ก็แยกย้ายกันทำธุระของตัวเองอยู่ในบ้านอย่างไร้จุดหมาย
ต่อให้เป็นคู่รัก ก็ใช่ว่าทุกวันจะเต็มไปด้วยสีสันได้
วันส่วนใหญ่ล้วนน่าเบื่อ
ความน่าเบื่อในที่นี้หมายถึงไม่มีอะไรทำ
แต่ในใจของทั้งคู่กลับไม่ได้รู้สึกเบื่อเลย ขอเพียงรับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายอยู่ข้างกาย รับรู้ถึงการมีอยู่ของกันและกัน ในใจก็ไม่รู้สึกว่างเปล่าแล้ว
แน่นอนว่าในบ้านยังมีลูกแมวสองตัวที่คอยก่อกวนไปทั่ว
เรื่องที่น่าสนใจคือ นับตั้งแต่ลั่วโย่วอี้มาอยู่บ้านหลังนี้ ซูโย่วไฉก็รู้ความขึ้นมาก
เมื่อไรที่ลั่วโย่วอี้ซนขึ้นมา ก็ต้องโดนซูโย่วไฉจับฟาดเสียยกใหญ่
จะว่าไป ลั่วโย่วอี้นี่เป็นแมวกลัวเมียมาตั้งแต่เด็กเลย
ตอนนี้ลั่วโย่วอี้กำลังเดินตามหลังลั่วเหย่
ลั่วเหย่ไปไหน มันก็เดินตามไปที่นั่น ราวกับกำลังประชันไหวพริบกับส้นเท้าของเขาอยู่
จู่ ๆ ลั่วเหย่ก็หยุดอยู่หน้าโต๊ะ
เห็นดังนั้น ลั่วโย่วอี้ก็พุ่งตัวเข้าใส่ งับขากางเกงของลั่วเหย่ไว้เต็มปาก
ลั่วเหย่หันกลับไปมอง เห็นเจ้าตัวขนฟูตัวเล็กกำลังซุกซนก่อเรื่อง มุมปากของเขาก็กระตุก ก่อนจะย่อตัวลงแล้วจับหนังหลังคอมันไว้
จากนั้นลั่วเหย่ก็ชี้ไปทางรุ่นพี่นางฟ้า แล้วพูดกับลั่วโย่วอี้ว่า “เห็นสาวสวยคนนั้นไหม ไปงับเธอสิ อย่ามางับฉัน”
