ลั่วเหย่มองท่าทีของหลีเซี่ยกับพี่ชายลูกพี่ลูกน้องแล้วไม่ได้รู้สึกว่ามีอะไรแปลก
เขารู้ว่าพี่ชายลูกพี่ลูกน้องงานยุ่งมากเพราะมีเรื่องให้จัดการเต็มไปหมด จนมีอาการปวดหัวเรื้อรัง
ส่วนหมอหลีเซี่ยก็เป็นแพทย์ที่ดูแลอาการนี้โดยตรง การช่วยบรรเทาอาการปวดหัวให้เขาจึงเป็นเรื่องปกติ
ลั่วเหย่หันไปมองรุ่นพี่นางฟ้าที่นั่งอยู่ข้างกาย เห็นเธอกำลังคุยกับรุ่นพี่ฉิน
ว่าแต่หลังจากเครื่องบินลงจอดแล้ว สองคนนั้นไปไหนกันมา?
ลั่วเหย่มองหน้าจอโทรศัพท์ของรุ่นพี่นางฟ้าด้วยความสงสัย
บนหน้าจอ ฉินอวี้เหวินกำลังเล่าเรื่องที่ตัวเองพบเห็นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
พวกเธอมาถึงที่นี่ก่อนลั่วเหย่กับคนอื่นหลายชั่วโมง พอลงจากเครื่องก็ออกไปเที่ยวรอบหนึ่ง ตอนนี้เพิ่งตื่นนอนอยู่ในโรงแรม
ฉินอวี้เหวินกำลังถามซูไป๋โจวว่าอยู่ที่ไหน เธอจะพาหลี่หน่ามาหาพวกเขา
เห็นดังนั้น ลั่วเหย่ก็เหลือบมองกู้หมิงเซวียนอย่างข้องใจ
พี่ชายลูกพี่ลูกน้องคงยังไม่รู้ว่าอาจารย์หลี่หน่ามาด้วยสินะ
ช่างเถอะ ไม่บอกเขาดีกว่า ด้วยสติปัญญาของพี่ชายลูกพี่ลูกน้อง เรื่องแค่นี้คงไม่เป็นปัญหา
ตอนนั้นเอง กู้หมิงเซวียนลุกขึ้น หันกลับไปพูดกับหลีเซี่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ว่า “เธอไปฝึกนวดให้เป็นก่อนดีกว่า”
พอได้ยินเช่นนั้น หลีเซี่ยก็ก้มหน้าลง เริ่มรู้สึกกระดากอายขึ้นมา
นวดงั้นเหรอ เธอจะไปฝึกจากที่ไหนล่ะ
คนไข้ที่เจอในโรงพยาบาลปกติไม่จำเป็นต้องนวด ส่วนใหญ่ก็แค่สั่งยา
อีกอย่าง เธอมีเพื่อนไม่มาก จะให้ว่างจนต้องไปนวดให้ใครก็แทบเป็นไปไม่ได้
