คำขอโทษเพียงคำเดียวไม่เพียงทำให้พวกเขาตกตะลึง แต่ยังทำให้คนที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดฝีเท้าแล้วหันมามองด้วยความสงสัย
เมื่อเห็นสาวตะวันออกหน้าตาสะสวยก้มตัวให้ผู้ชายคนหนึ่ง ชายเร่ร่อนที่เดินผ่านมาซึ่งมีเครารุงรังเต็มใบหน้าก็ส่ายหัวแล้วเยาะเย้ยว่า “ไม่สุภาพบุรุษเอาเสียเลย”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้หมิงเซวียนก็หน้ามืดครึ้มลงทันที
เขาค่อย ๆ ลดขาที่ไขว่ห้างอยู่ลง
ท่านี้เมื่อประกอบกับการที่หลีเซี่ยก้มตัวลงเกือบเก้าสิบองศา ดูราวกับเขากำลังรังแกอีกฝ่ายอยู่ไม่มีผิด
กู้หมิงเซวียนเอ่ยเสียงเรียบว่า “คุณหมอหลี ผมไม่ได้ตำหนิคุณนะ ผมมีหมอนวดมืออาชีพของตัวเอง ที่ผมหมายถึงคือ ต่อไปไม่ต้องลำบากให้คุณมานวดให้ด้วยตัวเองแล้ว”
“อย่างนี้นี่เอง”
หลีเซี่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะกลับไปนั่งข้างเขา
“คุณหมอหลี ขอเตือนสักหน่อย เวลาออกไปข้างนอก ระวังภาพลักษณ์ด้วย”
“ภาพลักษณ์ช่วยรักษาคนได้หรือไง?”
“……”
“แล้วฉันจะต้องระวังไปทำไม?”
เมื่อได้ยินประโยคนั้น กู้หมิงเซวียนก็พลันนึกถึงภาพขวดเหล้าที่วางเต็มโต๊ะในห้องเช่าของหลีเซี่ย เขาจึงส่ายหัวทันที
ผู้หญิงคนนี้สวมเสื้อกาวน์แล้วราวกับนางฟ้า แต่พอถอดเสื้อกาวน์ก็แทบไม่ต่างจากคนไร้ประโยชน์
เขาเพิ่งเคยเห็นหมอที่เป็นแบบนี้เป็นครั้งแรก
กู้หมิงเซวียนไขว่ห้างอีกครั้ง นี่เป็นนิสัยของเขา แต่ลั่วเหย่คิดมาตลอดว่าเขาดูละครท่านประธานจอมเผด็จการมากเกินไป
หลังต้นไม้ หลี่หน่าจับจ้องกู้หมิงเซวียนอยู่ตลอด โดยไม่สนใจหลีเซี่ยที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เลย
