ผ่านไปครู่หนึ่ง ไป๋ซีก็กลับมา มือหิ้วเหยื่อที่จัดการเรียบร้อยแล้วมาพะเรินเทินทึก
หยุนเนี่ยนพลันเข้าใจขึ้นมา ไม่แปลกเลยที่เขาออกไปนานถึงเพียงนี้ นอกจากล่าสัตว์แล้ว ยังจัดการซากสัตว์ให้เรียบร้อยอีกด้วย
นาถาเห็นเหยื่อสดใหม่มากมายเช่นนี้ ก็อิจฉาจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว
“หยุนเนี่ยน! ตัวผู้ของเจ้าเก่งกาจมากเลยนะ ล่าเหยื่อได้มากมายขนาดนี้ในครั้งเดียว แถมยังเป็นเหยื่อระดับสองทั้งหมดอีกด้วย!”
สายตาของนาถาเลื่อนไปหยุดอยู่ที่แขนซ้ายของไป๋ซีซึ่งกำลังจัดการเหยื่อ นางก็สะดุ้งตกใจขึ้นมาอีกครั้ง
“หยุนเนี่ยน! สามีสัตว์คนใหม่ของเจ้าเป็นสัตว์อสูรระดับหกเชียวหรือ! รู้หรือไม่ว่าแม้แต่ในเผ่าของเราก็ยังไม่มีสัตว์อสูรระดับหกเลย เจ้านี่เก่งกาจจริง ๆ!”
“ว่าแล้วเชียว ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าไม่เอามั่วหลิงแล้ว เดิมทีเขาก็มั่วสุมอยู่กับหลีเหยาเหยาทั้งวันทั้งคืน หากเป็นข้า ข้าก็ไม่เอาเขาเหมือนกัน!”
คำพูดของนาถาพรั่งพรูออกมาเป็นชุดราวกับกระสุนปืน
หยุนเนี่ยนไม่คิดเลยว่านาถาจะเข้าใจเรื่องนี้เช่นนี้
ทั้งที่เพิ่งอยู่ด้วยกันแค่ครึ่งวันแท้ ๆ ต่อให้เป็นข่าวลือเลวร้ายที่สุดเกี่ยวกับเรื่องในอดีตของนาง...
นาถาก็ยังแสดงท่าทีราวกับจะบอกว่า “พี่สาว ข้าเข้าใจเจ้า” ได้ในทันทีเลยหรือ?
ในบ้านมีหญิงสาวแปลกหน้าเพิ่มเข้ามาคนหนึ่ง แถมยังตกใจโวยวายอยู่ตลอด
ไป๋ซีถามอย่างงุนงงว่า “นางเป็นใคร?”
“นางคือนาถา หญิงสาวจากเผ่าเสือดำแถวนี้ วันนี้ได้กลิ่นมันเทศย่าง เลยบังเอิญเดินผ่านมาพอดี”
หยุนเนี่ยนอธิบายเพียงสั้น ๆ ไป๋ซีก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก เขาหันไปเริ่มเตรียมอาหารเย็นของวันนี้
“เนี่ยนเนี่ยน ตอนเย็นนอกจากผัดใบมันเทศ เนื้อตุ๋น แล้วก็เนื้อกระต่ายย่างแล้ว อยากกินอะไรอีกหรือไม่?”
