ผ่านไปอีกหลายวัน หยุนเนี่ยนก็เริ่มมีความคิดใหม่ ๆ ผุดขึ้นมาในหัว
“ไป๋ซี ข้าว่าการที่เจ้าออกไปล่าสัตว์ทุกวันแบบนี้ ยังไม่ค่อยเหมาะนัก”
“ตอนนี้ยังเป็นฤดูร้อน ความเสี่ยงในการล่าสัตว์ต่ำ แถมโอกาสสำเร็จก็สูง แต่พอหิมะน้ำแข็งมาเยือน เหล่านกก็จะพากันอพยพ สัตว์ส่วนใหญ่ก็เข้าสู่การจำศีลหนาว ตอนนั้นจะหาอาหารคงไม่ง่ายแล้ว”
หยุนเนี่ยนจมอยู่ในความคิด นางนึกถึงวิธีที่พบเห็นได้ทั่วไปในชนบท นั่นคือจับไก่กับเป็ดมาเลี้ยงไว้ในคอก แล้วค่อยเชือดกินในช่วงเทศกาล
นางจึงเสนอไป๋ซีตรง ๆ ว่า
“พวกเราจับไก่ป่ามาขังเลี้ยงไว้ที่บ้านได้ แบบนี้นอกจากจะมีแหล่งไข่ที่มั่นคงแล้ว ยังอยากกินเมื่อไรก็กินเนื้อสดได้เมื่อนั้น
จะเลี้ยงกระต่ายป่าไว้ด้วยก็ได้ กระต่ายขยายพันธุ์ได้เร็วมาก”
“เนี่ยนเนี่ยน ทำไมต้องเลี้ยงไว้ที่บ้านด้วย? ข้าออกไปล่าสัตว์ได้ทุกเมื่อ”
ดวงตาสีเขียวมรกตของไป๋ซีฉายแววสงสัย เขาไม่ค่อยเข้าใจว่าเหตุใดหญิงสาวเผ่าของตนจึงกังวลเรื่องนี้
หยุนเนี่ยนยิ้มอย่างจนใจ “แล้วฤดูหนาวเล่า? พวกเจ้าชาวเผ่างูต้องจำศีลหนาวใช่หรือไม่? จะให้ข้าออกไปล่าสัตว์เองหรือ?”
นางไม่อยากวิ่งไล่กระต่ายป่ากับไก่ป่าไปทั่วท่ามกลางหิมะที่ปกคลุมไปทุกแห่ง
สำหรับมนุษย์สัตว์เผ่างูแล้ว เขาสามารถเลือกจำศีลหนาวในฤดูหนาวได้สบาย ๆ ออกมากินอาหารเป็นครั้งคราวก็พอ ไม่จำเป็นต้องกินทุกวัน
ไป๋ซีเองก็ตระหนักได้เช่นกัน
เนี่ยนเนี่ยนของเขาเป็นหญิงสาวเผ่าเสือ นางไม่อาจจำศีลหนาวไปพร้อมกับเขาได้ ในฤดูหนาวนางจึงต้องมีแหล่งอาหารที่มั่นคง
“เป็นข้าที่คิดไม่รอบคอบเอง อีกสองสามวันนี้ข้าจะจับกระต่ายป่ากับไก่ป่ามาให้เนี่ยนเนี่ยนเลี้ยงไว้มากหน่อย”
ไป๋ซีรับปากอย่างจริงจัง
“เนี่ยนเนี่ยน เมื่อก่อนข้ามักจะนอนหลับไปเกือบครึ่งฤดูหนาว แต่ตอนนี้ข้ามีคู่แล้ว”
