แม้เฟิงหนิงจะอารมณ์ไม่ดี แต่การเคลื่อนไหวของมือกลับไม่หยุดลงแม้แต่น้อย ไม่นานเขาก็ต้มซุปเนื้อร้อน ๆ เสร็จหนึ่งชาม
ภายใต้คำชี้แนะของหยุนเนี่ยน เขาเรียนรู้วิธีหย่อนมันฝรั่งกับมันเทศลงในเตา ระหว่างที่ต้มซุปเนื้อและเติมฟืน ทั้งยังเรียนรู้วิธีปรุงรสอีกด้วย
หยุนเนี่ยนเป่าซุปเนื้อให้คลายร้อนเล็กน้อย ก่อนยกชามดินเผาขึ้นจ่อริมฝีปาก
“ไม่เลวเลย เค็มกำลังพอดี เจ้าปรุงได้เหมาะเจาะจริง ๆ”
“จริงหรือ?”
จู่ ๆ เฟิงหนิงก็ได้รับคำชม จึงอดรู้สึกปลาบปลื้มจนทำตัวไม่ถูกไม่ได้
ตั้งแต่เด็ก เขาถูกตัวผู้ร่วมเผ่าพันธุ์คนอื่น ๆ ดูแคลนสารพัดเพราะไม่มีลายสัตว์ยักษ์ แม้แต่บิดามารดาของตนก็ยังดูแคลนเขา
ราวกับการเกิดมาของเขาเป็นความผิดพลาด ไม่อาจล่าสัตว์เลี้ยงชีพได้ ทั้งยังทำอะไรไม่เป็นสักอย่าง
หยุนเนี่ยนพยักหน้าเบา ๆ ยืนยันให้เขา “จริงสิ เจ้าทำได้ดีมาก! เรียนรู้อะไรได้เร็วเหลือเกิน!”
หางจิ้งจอกสีแดงชาดของเฟิงหนิงหดกลับเข้าหาตัวอย่างเขินอายเล็กน้อย แล้วพันรอบเอวของเขา เขาค่อย ๆ วางชามลง แววตาพลันเปลี่ยนเป็นจริงจัง
“ข้าตัดสินใจแล้ว เมื่อเจ้าซื้อข้าไป เจ้าก็คือนายหญิงของข้า ต่อไปข้าจะติดตามเจ้าไปตลอด!”
หยุนเนี่ยนยังตั้งตัวไม่ทันอยู่บ้าง
แค่นี้ก็พิชิตใจเขาได้แล้วหรือ? นางเหมือนจะยังไม่ได้ทำอะไรเลย…
แต่ตอนนี้สิ่งที่หยุนเนี่ยนต้องการจากเขามีเพียงความภักดี ไม่ได้คิดหวังสิ่งอื่น
โลกสัตว์อสูรมีพวกคลั่งรักอยู่มากมายขนาดนี้ นางรับมือไม่ไหวหรอก เผลอ ๆ ก็อาจทำท้องโตขึ้นมาอีก
“ก็ได้ หากเจ้าอยากอยู่ข้างกายข้า ข้าก็จะพาเจ้าไปด้วย ตราบใดที่ข้ายังมีข้าวกิน ข้าก็จะเลี้ยงเจ้าเอง”
หยุนเนี่ยนถือว่ายอมรับเขาแล้ว อย่างไรเสียเมื่อนางซื้อเฟิงหนิงมา ต่อไปนางก็เป็นนายของเขา
