หัวหน้าหน่วยลาดตระเวนถอนสายตากลับมา หยุนเนี่ยนเองก็ถอยกลับเข้าไปในบ้านอิฐทรายอันคับแคบ
“ดูท่าต่อไปคงทำแบบนี้ไม่ได้แล้ว...”
ชีวิตของมนุษย์สัตว์สองคนสูญสิ้นไปต่อหน้าต่อตา เมื่อมาถึงนครราชันทราย นางต้องเปลี่ยนวิถีเอาชีวิตรอดแบบเดิมเสียที
ก่อนหน้านี้หยุนเนี่ยนเคยชินกับการแสดงความสามารถของตนอย่างรวดเร็ว เพราะจะดึงดูดความสนใจได้มากที่สุดและยกระดับสถานะของตนได้ในเวลาอันสั้น...
วิธีนี้ช่วยให้นางไม่ต้องออกล่าสัตว์ซ้ำซากจำเจ ทั้งยังมอบหมายงานให้คนที่เหมาะสมทำได้
อย่างเช่น นางเป็นผู้จบปริญญาเอกทางการเกษตร จึงสามารถชี้แนะผู้อื่นให้ทำเกษตรได้ ไม่ได้หมายความว่านางต้องลงมือเพาะปลูกเองทุกแปลง
คราวนี้หยุนเนี่ยนจะไม่แสดงความพิเศษของตนอีก นางจะเก็บตัวให้ต่ำที่สุด จนสามารถกลมกลืนอยู่ท่ามกลางผู้ศรัทธาได้อย่างแนบเนียน
สิ่งของในแหวนมิติ นางก็จะไม่นำออกมาใช้อีก
หยุนเนี่ยนเปิดดูแต้มสะสมในระบบ ยอดคงเหลือคือ 761 แต้ม
ยอดคงเหลือลดต่ำกว่าหลักพันอีกครั้ง แต้มที่เหลืออยู่ในมือนางมีไม่มากแล้ว
หากไม่ถึงคราวจำเป็นจริง ๆ นางก็จะไม่ใช้แต้มแลกสิ่งของอีก
แค่คิดถึงเรื่องนี้หยุนเนี่ยนก็โมโหแล้ว!
นางเคยคิดจะโยนยันต์เคลื่อนย้ายออกไปแล้วหนีล่วงหน้าเสียด้วยซ้ำ
ใครจะไปคิดว่ายันต์เคลื่อนย้ายที่ขายในราคา 616 แต้มจะจำกัดให้ซื้อได้เพียงแผ่นเดียว
แผ่นที่สองกลับคืนสู่ราคาเดิมทันที! 1,666 แต้ม!
ด้วยแต้มอันน้อยนิดที่เหลืออยู่เพียงเจ็ดร้อยกว่า นางจะซื้อไหวได้อย่างไร?
“เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริง ๆ ฝนตกก็ยังมาเจอหลังคารั่ว เรือช้าก็ยังเจอลมต้าน...”
หยุนเนี่ยนถอนหายใจ แล้วลงมือจัดบ้านกับอู๋หมิง
ทั้งคู่เดินวนหาของในเมืองอยู่รอบหนึ่ง ก่อนจะหาแผ่นไม้สะอาดมาได้หนึ่งแผ่น จากนั้นใช้ผลึกเนื้อแก่นซื้อหนังจิ้งจกมาปูทับ จึงพอทำเป็นเตียงให้นอนได้
หยุนเนี่ยนจัดการทุกอย่างเสร็จ ท้องก็ร้องโครกคราก
พอดีกับที่นางได้ยินพวกมนุษย์สัตว์หลายคนในบ้านข้าง ๆ รวมตัวกันพูดคุย
ตัวผู้เผ่าเสือกับหญิงสาวกระต่ายขาวที่เห็นเมื่อกลางวันก็นั่งอยู่ตรงนั้นด้วย
หญิงสาวกระต่ายขาวลูบท้อง พลางบ่นเสียงเบา “หิวจัง ออกไปล่าสัตว์หาอะไรกินให้ข้าก่อนไม่ได้หรือ?”
ตัวผู้เผ่าเสือส่ายหน้า
