แม้อู๋ซัวจะไม่ใส่ใจว่าผู้อื่นจะสงสัยหรือไม่ แต่เขารู้เพียงว่าต่อไปหยุนเนี่ยนจะเป็นผู้มีพระคุณของเผ่านกภูเขา
อู๋ซัวเอ่ยกับหยุนเนี่ยนอย่างจริงจังว่า “เจ้าเป็นหญิงสาวชั้นเลิศใช่หรือไม่?”
“วันนั้นข้าเห็นเจ้าหยิบกล่องสีเงินขาวออกมาจากความว่างเปล่า เจ้ามีพรสวรรค์สายมิติหรือ? ช่างพบเห็นได้ยากจริง ๆ”
หยุนเนี่ยนพยักหน้า กลับไม่รู้สึกประหลาดใจนัก
เอาเถิด ปล่อยให้พวกเขาคิดเช่นนั้นไปก็แล้วกัน มิฉะนั้นคงอธิบายไม่ได้ว่าเหตุใดนางจึงทำได้สารพัดอย่าง
อีกอย่าง วันนั้นตอนเฟิงฉู่อุ้มนางกลับเผ่านกภูเขา
มือนางก็ว่างเปล่าจริง ๆ ต่อให้แอบหยิบกล่องพยาบาลออกมาตอนลับหลังคนอื่น ก็อธิบายไม่ได้อยู่ดี
แววตาอู๋ซัวมีความรู้สึกชื่นชมเพิ่มขึ้นหลายส่วน “ดีจริง ๆ เจ้าเป็นหญิงสาวชั้นเลิศคนที่สองที่ข้าเคยพบ”
“ส่วนอีกคน...คือท่านอวี่ฉาง นักบุญหญิงแห่งเกาะลอยหมอก
แต่นางพำนักอยู่บนยอดโดม พวกสัตว์อสูรสามัญอย่างพวกเราแทบไม่มีโอกาสได้พบนาง”
หยุนเนี่ยนประหลาดใจเล็กน้อย นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ยินว่ามีหญิงสาวชั้นเลิศคนอื่นนอกจากตน จึงอดสงสัยไม่ได้
“ท่านอวี่ฉางปลุกพรสวรรค์อะไรขึ้นมาหรือ?”
อู๋ซัวเล่าอย่างคล่องแคล่วราวกับท่องจำมาจนขึ้นใจ
“ท่านอวี่ฉางปลุกพรสวรรค์สายเยียวยาอันหายากขึ้นมา ว่ากันว่าไม่ต้องใช้สมุนไพร ก็ช่วยให้ผู้คนฟื้นตัวได้โดยตรง”
“เพราะเหตุนี้นางจึงได้รับการยกย่องเป็นนักบุญหญิง ส่วนผู้ที่มีชื่อเสียงทัดเทียมนางยังมีท่านอวี่เชียนอี นักบุญชาย ซึ่งแม้อายุยังน้อยก็เป็นสัตว์อสูรเจ็ดลายแล้ว กดข่มสภาผู้อาวุโสได้อย่างอยู่หมัด”
