จิ้งหลิวแปลงกายเป็นเหยี่ยวดำ กลมกลืนไปกับรัตติกาลได้อย่างไร้ที่ติ เขาแวะไปยังคุกที่ใช้ขังมนุษย์เผ่าขนนกผู้กระทำผิดก่อน
เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว เขาก็บินตรงไปยังที่พักของหญิงสาวผู้นั้น
ในความมืดมิด หนังสัตว์ชุ่มเลือดผืนหนึ่งร่วงลงบนหลังคาถ้ำของนางอย่างเงียบเชียบ
……
รอบกายหยุนเนี่ยนไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน แม้ตอนเพิ่งมาถึงโลกสัตว์อสูร อย่างน้อยก็ยังมีเสือขาวน้อยอยู่เคียงข้าง
ช่วงเวลานี้อาจเป็นช่วงที่นางโดดเดี่ยวที่สุดแล้ว
ตลอดหลายคืนที่ผ่านมา นางไม่กล้าหลับลึกเลย
นางใช้แต้ม 3 แต้มแลกกระดิ่งมาจำนวนหนึ่ง แล้วร้อยเข้าด้วยกันด้วยเชือกหญ้า
พอตกกลางคืน นางจะใช้เชือกหญ้าขึงล้อมรอบตัวไว้ หากมีสัตว์เข้าใกล้และไปแตะถูกเชือก
กระดิ่งก็จะส่งเสียงเตือน ทำให้นางตื่นขึ้นได้ทันท่วงที
ตอนอยู่บ้านเกิด หยุนเนี่ยนเคยได้ยินเรื่องเล่าจากคนในหมู่บ้านว่า ก่อนการปฏิรูปเปิดประเทศ เคยเกิดภัยเสืออาละวาด
มีคนแค่ออกไปนั่งรับลมหน้าประตู ก็ถูกเสือขย้ำกินแล้ว
ชีวิตมีเพียงชีวิตเดียว จะประมาทไม่ได้ นางจึงต้องระมัดระวังให้มาก
หยุนเนี่ยนกำลังหลับอยู่ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงกระดิ่งดังขึ้น
นางตื่นตัวทันที รีบลุกขึ้นนั่ง
ลมกลางคืนพัดผ่านใบหน้า มาพร้อมกลิ่นคาวเหม็นเฉพาะตัวของสัตว์กินเนื้อ
สิ่งที่อยู่ข้างนอกมีสติปัญญาอยู่บ้าง เมื่อสัมผัสกระดิ่งแล้วก็หยุดเคลื่อนไหว คล้ายกำลังสังเกตดูคนข้างใน
สายตายามค่ำคืนของหยุนเนี่ยนไม่ดีนัก ในความมืดนางมองเห็นเพียงเงาดำขนาดมหึมาอย่างเลือนราง
มันยืนขวางอยู่ตรงปากถ้ำ ราวกับกำแพงผืนหนึ่ง
หยุนเนี่ยนเปิดไฟฉาย ส่องไปยังเงาดำนั้นทันที
