หยุนเนี่ยนกลับมาถึงลานบ้าน
วันนี้ผ่านไปแล้ว ภารกิจของหน่วยเดินทางไกลจะเริ่มในอีก 2 วัน
เพิ่งเดินมาถึงหน้าประตู นางก็รู้สึกเวียนหัวจนทรงตัวแทบไม่อยู่ จึงรีบยึดกรอบประตูไว้
“แปลกจริง เหตุใดถึงเวียนหัวเช่นนี้? วันนี้ข้าแค่ออกไปเดินเล่นไม่กี่ก้าวเองแท้ ๆ”
หยุนเนี่ยนยกมือแตะหน้าผาก จึงพบว่ามันร้อนจัดจนน่าตกใจ
“ข้าเป็นไข้หรือ?”
หยุนเนี่ยนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองวันก่อนขึ้นมา ไม่ก็ถูกอุ้มทะยานไปบนฟ้า ไม่ก็ถูกคลื่นทะเลซัดจนโคลงเคลง
ตั้งแต่มาถึงโลกสัตว์อสูร นางไม่เคยเจ็บป่วยเลยสักครั้ง จึงคิดมาตลอดว่าคงไม่เป็นอะไร
พอมาคิดดูตอนนี้ นางโดนไอเย็น ทั้งยังตรากตรำมาหลายวัน การเจ็บป่วยจึงเป็นเรื่องปกติ
“เวียนหัวเหลือเกิน...”
หยุนเนี่ยนรู้สึกขาอ่อน ภาพตรงหน้ามืดวูบเป็นระยะ
เฟิงหนิงรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ จึงรีบประคองนางไว้ทันที
“นายหญิง ท่านเป็นอะไรไป?” เขามองนางด้วยแววตาห่วงใย
“ข้าป่วย...”
เสียงของหยุนเนี่ยนแผ่วลง ฟังดูไร้เรี่ยวแรง
เฟิงหนิงไม่สนใจสิ่งอื่นอีก เขาช้อนร่างหยุนเนี่ยนขึ้นมา แล้วอุ้มตรงเข้าไปในห้อง
หยุนเนี่ยนนอนลงบนเตียงที่ปูด้วยหนังสัตว์นุ่ม ๆ จึงรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย
ทั้งที่ศีรษะร้อนผ่าว แต่กลับไม่รู้สึกร้อนเลย ตรงกันข้าม นางกลับรู้สึกหนาวมาก
“หนาว... หนาวเหลือเกิน...”
ในช่วงที่อุณหภูมิร่างกายกำลังสูงขึ้น สติของหยุนเนี่ยนเริ่มพร่าเลือน นางใช้หนังสัตว์ห่อตัวเองตามสัญชาตญาณ
“ทำอย่างไรดี? ได้ยินว่าหญิงสาวร่างกายอ่อนแอมาก ป่วยแล้วตายได้ง่าย...”
เฟิงหนิงทำอะไรไม่ถูก เขาไม่เคยมีประสบการณ์ดูแลหญิงสาว ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้อย่างไร
เขาจึงทำได้เพียงห่มหนังสัตว์ให้นางก่อน แล้ววิ่งออกไปตามคน
เฟิงหนิงเพิ่งก้าวพ้นประตูก็ชนเข้ากับอาหยา อาหยาจ้องเขาอย่างระแวดระวัง
“หญิงสาวของเจ้าอยู่ไหน? ใครอนุญาตให้ทาสสัตว์อย่างเจ้าออกมาคนเดียว? หรือคิดจะหนี? ข้าบอกไว้ก่อน ที่นี่คือเมืองชั้นใน...”
เฟิงหนิงร้อนใจจนไม่สนใจอะไรทั้งนั้น “ข้าไม่ได้คิดหนี! หญิงสาวของข้าป่วย หน้าผากนางร้อนมาก!”
อาหยาพลันชะงักงัน “นั่นไม่ใช่ไข้ร้อนหรือ? บางคนเป็นอยู่ไม่กี่วันก็หาย แต่บางคนก็อาการหนัก...”
